รวมเกม Nintendo Switch รวมเกม PC รวมเกม PS4 สูตรเกม เกม Xbox

สูตรเกม Dark Souls : Class ไหนเหมาะกับตัวคุณ

Home / Microsoft, Nintendo, PlayStation, สูตรเกม, เกม Console, เกมส์ PC / สูตรเกม Dark Souls : Class ไหนเหมาะกับตัวคุณ

ต้นแบบของเกม Sekiro ที่กำลังวางจำหน่ายอยู่ในขณะนี้ และเป็นที่ร่ำลือว่า ยากจนแทบอยากปาจอย แถมยังไม่มีตัวช่วยอีกด้วย ทำได้แค่เพียงต้องรู้จักกับเกมเพลย์ หากเข้าใจอย่างดีแล้วจะช่วยให้เล่นได้ง่ายขึ้นอีกเล็กน้อย

อาชีพไหนดี!?

Class หรืออาชีพใน Dark Souls มีด้วยกันทั้งหมด 10 ตัวเลือก แต่ละอาชีพล้วนมีจุดเด่นจุดด้อยแตกต่างกัน ซึ่งแบบไหนที่เหมาะกับตัวผู้เล่นก็ต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมจากสไตล์การเล่น รวมถึงความชื่นชอบของผู้เล่นเป็นสำคัญ โดยอาชีพทั้ง 10 มีดังนี้

1. Warrior
อาชีพนักรบที่มีจุดเด่นตรงค่า STR กับ DEX ที่สูง ช่วยให้สามารถอาวุธได้หลากหลายประเภท เป็นอาชีพที่เหมาะกับผู้เล่นทุกประเภท มีสมดุลย์ทั้งรุกและรับ
2. Knight
อัศวินเป็นอาชีพที่เหมาะกับผู้เล่นทุกระดับเช่นกัน โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ค่าพลัง VIT มากที่สุด มีผลให้พลังชีวิตสูงกว่าอาชีพอื่น และมีค่า END สูงทำให้สวมเกราะหนักได้สบาย

3. Wanderer
นักเดินทางมีค่าพลัง DEX ที่สูง ขณะเดียวกันก็มีค่า INT กับ FTH ที่ถือว่า มาก หากเทียบกับอาชีพสายลุยอื่นๆ สไตล์การเล่นคล้ายกับวอริเออร์ แต่ด้วยความที่มีค่า DEX สูง จึงควรเน้นใช้อาวุธปลายแหลม ร่วมกับการใช้คาถา
4. Thief
ขโมยมีจุดเด่นอยู่ที่ค่า DEX สูงที่สุดในอาชีพทั้งหมด เหมาะกับการใช้อาวุธปลายแหลมเช่น มีด หรือธนู ลักษณะพิเศษของขโมยคือ เน้นความรวดเร็วในการเข้าเล่นงานศัตรู ไม่ก็ย่องเข้าไปแทงข้างหลังศัตรู หากเลือกเล่นอาชีพนี้ ควรเลือกใช้อาวุธที่ติดสเตตัสจำพวกพิษหรือเลือดออกจะดีมาก และให้มีค่า Critical สูงๆ เพื่อให้การเสียบแรงขึ้น
5. Bandit
แบนดิทหรือโจรป่า ลักษณะทั่วไปคล้ายกับวอริเออร์ผสมกับอัศวิน ตรงที่มี STR กับ END สูง (มี STR สูงที่สุด) เน้นเดินหน้าลุยอย่างเดียว เหมาะกับการใช้อาวุธประเภทตี (Strike) หรืออาวุธหนัก เช่น ดาบใหญ่ เพราะมีค่า STR ที่สูง
6. Hunter
ฮันเตอร์เด่นในเรื่อง DEX และมีธนูให้ใช้ตั้งแต่ต้นเกม ซึ่งถือเป็นอาวุธสำคัญของฮันเตอร์ เพื่อใช้โจมตีจากระยะไกลไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัวก่อนเหมือนมือปืนสไนเปอร์ หรือถ้าศัตรูไม่ตายก็เป็นการช่วยลดพลังชีวิตไปได้ระดับหนึ่ง สไตล์การเล่นจึงควรเน้นระยะห่างจากศัตรูเข้าไว้
7. Sorcerer
พ่อมดเป็นคลาสสายจอมเวทย์ที่ทรงพลังมาก แต่หากไร้ซึ่งคาถาแล้วพ่อมดจะหมดความน่ากลัวในทันที นอกจากนี้พ่อมดยังค่อนข้างอ่อนแอต่อการโจมตีทางกาย แถมการร่ายมนต์แรงๆ ต้องใช้เวลา เพราะฉะนั้นสไตล์การเล่นจึงควรเป็นไปในลักษณะคล้ายฮันเตอร์ ใช้การโจมตีจากระยะไกล ชิงเล่นงานศัตรูก่อนที่อีกฝ่ายจะเข้าถึงตัว รวมถึงบริหารคาถาให้เพียงพอต่อการเดินทาง
8. Pyromancer
ไพโรแมนเซอร์ เป็นคลาสผสมระหว่างสายเวทย์กับนักรบ สไตล์การเล่นจึงควรเป็นการผสมกันระหว่างการโจมตีระยะไกลด้วยคาถาสลับกับการเข้าไปลุย ทั้งนี้ค่า INT หรือ FTH ไม่มีผลต่อความแรงของคาถา Pyro ความแรงขึ้นอยู่กับระดับเลเวลถุงมือเท่านั้น
9. Cleric
นักบวชเป็นคลาสผสมระหว่างนักรบกับพ่อมด ต่างกันที่นักบวชสามารถใช้คาถาสายแสงสว่างจำพวกฮีล หรือคาถาสายฟ้าฟาด ครั้นจะเข้าไปบู๊ก็ไม่แย่เท่ากับพ่อมดด้วย
10. Deprived
สุดยอดคลาสที่มาพร้อมความท้าทาย เพราะยาจกมาแบบตัวเปล่า ไม่มีอะไรเลย จึงไม่เหมาะกับมือใหม่อย่างแรง แต่ก็มีข้อดีตรงที่ค่าพลังทุกอย่างเริ่มต้นที่ 11 ฉะนั้นจะอัพค่าพลังอย่างไรก็ได้ตามใจชอบ การเลือกอาชีพนี้ได้แสดงว่า ต้องเคยผ่านเกมมาแล้ว น่าจะรู้ว่าเล่นยังไงจึงจะเหมาะ

ทั้งนี้ทั้งนั้น วิธีการสร้างตัวละครให้เก่งก็ขึ้นอยู่กับสไตล์การเล่นของผู้เล่นเอง อาชีพเป็นเพียงแค่ปัจจัยหนึ่งเท่านั้น ซึ่งความแตกต่างของแต่ละอาชีพมักแสดงผลเพียงในช่วงแรกเท่านั้น พอผ่านไปสักระยะหนึ่ง ความแตกต่างจะเริ่มน้อยลงจนแทบไม่ต่างกันเลยก็ได้ ดังนั้นไม่ว่าคลาสไหนๆ ก็เก่งสุดยอดได้เหมือนกัน

อัพค่าพลังอย่างไรถึงจะดี?

ทุกครั้งที่เพิ่มเลเวลขึ้น จะได้รับโอกาสให้เลือกอัพค่าสเตตัสได้ตามใจชอบ 1 อย่าง ซึ่งทุกค่าพลังล้วนมีประโยชน์ทั้งสิ้น ซึ่งการจะเลือกอัพค่าอะถือเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาให้ดี โดยยึดหลักให้เข้ากับอาชีพที่เลือก อย่างเช่น เล่นเป็นอัศวินก็ควรเน้นค่า VIT หรือ END ให้อึดเข้าไว้ ขณะเดียวกันถ้าเล่นเป็นสายเวทย์ก็ควรเน้นอัพ INT หรือ FAITH เพื่อความแรงของคาถา เป็นต้น โดยค่าสเตตัสต่างๆ มีผล ดังนี้

  • Vitality – พลังชีวิต ส่งผลต่อการเพิ่ม HP สูงสุด
  • Attunement– ส่งผลต่อจำนวนช่องเก็บคาถา ยิ่งมีมากยิ่งมีถือได้หลายช่อง ซึ่งตัวเลขสูงสุดอยู่ที่ 10 ช่อง
  • Endurance – ค่าพลังความอึด ส่งผลต่อการเพิ่ม Stamina สูงสุด และมีผลต่อการแบกน้ำหนักได้เพิ่มขึ้นนอกจากนี้ยังมีผลต่อภูมิคุ้นกันการอาการเลือดออก (Bleeding) ด้วย
  • Strength – ค่าพลังความแข็งแกร่ง มีผลต่อความแรงอาวุธประเภทใช้ทุบตี ดาบใหญ่ หรือขวาน และยังจำเป็นต่อการใช้อาวุธบางชิ้นด้วย
  • Dexterity – ค่าความคล่องแคล่ง มีผลต่อความแรงอาวุธประเภทปลายแหลม และยังมีจำเป็นต่อการใช้อาวุธบางชิ้นด้วย
  • Resistance – ค่าความต้านทาน ส่งผลต่อการป้องกันทั้งหลายทั้งปวง รวมถึงภูมิต้านทานพิษหรือท็อกซิน
  • Intelligence – ค่าความฉลาด ส่งผลต่อความแรงของคาถาประเภท Sorcery หรือคาถาของพ่อมด และยังมีจำเป็นต่อการใช้คาถาของพ่อมดด้วย ไม่เท่านั้นยังช่วยเพิ่มความแรงอาวุธบางชิ้นที่มีสเกลค่า INT ด้วย เช่นอาวุธประเภท Magic
  • Faith – ค่าพลังความศรัทธา ส่งผลต่อความแรงของคาถาประเภท Miracle หรือคาถาของนักบวช และยังมีจำเป็นต่อการใช้คาถาของนักบวชด้วย ไม่เท่านั้นยังช่วยเพิ่มความแรงอาวุธบางชิ้นที่มีสเกลค่า FTH ด้วย เช่นอาวุธประเภท Divine

อย่างไรก็ตาม การอัดค่าพลังอย่างใดอย่างหนึ่งจนเต็ม 99 โดยไม่สนใจค่าพลังอื่นเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เนื่องจากค่าพลังจะมีเพดานของมันอยู่ในตัว กล่าวคือ เมื่ออัพถึงระดับเพดานแล้วค่าพลังจะเริ่มเห็นผลน้อยลง ดังนั้นการอัพค่าพลังควรเฉลี่ยไปให้ด้านอื่นๆ เหมาะสมกับอาชีพและอาวุธที่ใช้ด้วย ตัวอย่างเช่น อยากให้อัศวินใช้เวทมนต์ได้ก็ควรเน้นอัพค่า INT เพิ่มเข้ามา หรือถ้าอยากใช้ดาบปลายแหลมก็ควรเลือกอัพ DEX เป็นต้น