ค่ายเกม Square Enix รวมเกม Nintendo Switch รวมเกม PS4 รวมเกม xbox one สูตรเกม เกม Final Fantasy X เกม RPG

สูตรเกม Final Fantasy X วิธีการฟาร์ม AP และปลดล็อคมนต์อสูรลับ

Home / Microsoft, Nintendo, PlayStation, สูตรเกม, เกม Console / สูตรเกม Final Fantasy X วิธีการฟาร์ม AP และปลดล็อคมนต์อสูรลับ

กลับมาพบกับสูตรเกมไฟนอลแฟนตาซี 10 กันอีกครั้ง หลังจากคราวก่อนบอกวิธีการทำอาวุธสุดยอดกันไปแล้ว คราวนี้จึงขอต่อเนื่องด้วยทริค ‘ฟาร์มค่า AP’ และวิธีการปลดล็อคสัตว์อสูรลับทั้ง 3 ตัว และโอเวอร์ไดร์ฟทั้งหมด

วิธีการฟาร์ม AP

AP หรือ Ability Point คือ แต้มที่ได้จากการต่อสู้ เพื่อนำมาใช้เดินตารางสเฟียร์ ซึ่งตัวละครที่ปรากฏตัวและมีส่วนร่วมในการต่อสู้เท่านั้นที่จะได้รับค่า AP หลังจบการต่อสู้ หากตัวละครใดไม่ได้มีส่วนในการต่อสู้นั้นจะไม่ได้อะไรเลย พูดง่ายๆ ขอให้มีการออกแอคชั่นอะไรก็ได้ในการต่อสู้ก็ถือว่า มีส่วนร่วมแล้ว ดังนั้นแค่ออกมากดป้องกันตัวก็จะได้ค่า AP ด้วยเช่นกัน
ทีนี้การจะฟาร์มค่า AP ให้ได้มากๆ นั้น ก่อนอื่นควรมีอบิลิตี้ดังนี้

  1. Overdrive -> AP
  2. Double (Triple) AP
  3. Double/Triple Overdrive
Ragnarok เป็นหนึ่งในอาวุธที่เหมาะแก่การฟาร์มมาก

ต่อมาให้จับมอนสเตอร์ใน Cave of the Stolen Fayth ให้ได้ครบทุกสายพันธุ์ในถ้ำที่ว่าเพื่อปลดล็อค Don Tonberry ที่มอนสเตอร์อารีน่า จากนั้นก็เตรียมอุปกรณ์ที่มีอบิลิตี้ด้านบน และเปลี่ยนโหมดโอเวอร์ไดร์ฟให้เป็นแบบ Comrade และเข้าไปสู้กับ Don Tonberry

ตั้งโหมดให้เป็น Comrade

พอเริ่มต่อสู้ เมื่อทำการแตะตัวบอส มันจะสวนกลับด้วยท่า Karma ซึ่งสร้างความเสียหายจากจำนวนศัตรูที่ตัวละครนั้นสังหารมา ยิ่งฆ่าเยอะยิ่งแรง และด้วยเงื่อนไขของอบิลิตี้และโหมดโอเวอร์ไดร์ฟตามที่เซ็ทมา มีผลทำให้เกจโอเวอร์ไดร์ฟของตัวละครที่เหลืออยู่พุ่งปรี๊ดจนเต็มได้ในทันที แต่ด้วยอบิลิตี้เปลี่ยนโอเวอร์ไดร์ฟเป็น AP ทำให้ส่วนที่เพิ่มขึ้นมากลายเป็น AP ไปแล้ว ถึงตอนนี้จะกดหนีด้วยอบิลิตี้ Flee หรือจะคืนชีพให้คนตายเพื่อสู้ต่อก็ได้
นอกจาก Don Tonberry แล้ว ทริคนี้ยังใช้กับมอนสเตอร์ตัวอื่นๆ ได้อีกอาทิเช่น King Cactuar โดยอาจปรับ/เพิ่มอบิลิตี้อย่าง Auto- Phoenix เข้ามาเพื่อความเหมาะสม

สัตว์อสูรลับ

Aeon หรือสัตว์อสูร เป็นอสูรที่ยูนะอัญเชิญออกมาเพื่อใช้ต่อสู้แทนเหมือนตัวละครตัวหนึ่ง โดยสัตว์อสูรในเกมมีด้วยกันทั้งหมด 8 ตัว (สามพี่น้องเมกัสนับเป็นหนึ่ง) หากเล่นตามเนื้อเรื่องนั้นจะได้มาทั้งหมด 5 ตัว ส่วนอีก 3 ตัวที่เหลือเป็นตัวลับที่ต้องปลดล็อคออกมา ซึ่งทั้งสามตัวที่ว่านั้นคือ

Yojimbo

สถานที่ปลดล็อคโยจิมโบ อยู่ในถ้ำ Cave of the Stolen Fayth และต้องสู้จนชนะเสียก่อน จึงจะได้มาใช้งาน โดยความสามารถของโยจิมโบนั้น ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่เปย์ ยิ่งเปย์เยอะยิ่งมีโอกาสออกท่า และถ้าได้ดาบมาซามุเนะจะมีส่วนช่วยให้การโจมตีของโยจิมโบทะลุไปหลักหมื่นได้
ทั้งนี้ทั้งนั้น ท่าโอเวอร์ไดร์ฟ ‘Zanmato’ ของโยจิมโบ มีความพิเศษตรงสามารถสังหารศัตรูให้ขาดสองท่อนได้ในทันที แม้แต่บอสลับที่เก่งสุดๆ ก็ไม่รอด เพียงแต่การจะให้ออกท่านี้ได้จำเป็นต้องจ่ายเยอะเกินล้านขึ้นไป แถมโอกาสออกก็ไม่แน่นอนด้วย

Anima

การค้นหาสัตว์อสูรอนิมา ต้องทำการค้นหาตำแหน่งพิกัดบนเรือเหาะไปยังจุด X – 11 และ Y- 57 ปลดล็อคสถานที่ใหม่คือ Baaj Temple อันเป็นวิหารในช่วงต้นของเกม โดยต้องดำน้ำลงไปสู้กับบอส (มีสมาชิก 3 คนเท่านั้นที่สู้ใต้น้ำได้คือ ทีดัส, วัคก้า และริคขุ) ชนะแล้วว่ายเข้าไปในวิหาร ทำการเปิดสวิตช์รูปปั้นโดยต้องใช้ Destruction Sphere ทั้งหมด 6 ลูก ซึ่งได้จาก Trials ในวิหารสัตว์อสูรตามเนื้อเรื่องที่ผ่านมา หากขาดลูกไหนก็ไปแก้พัสเซิลในสถานที่ดังกล่าว
พอใส่ลูกแก้วครบทั้ง 6 แล้ว ทางจึงจะเปิดออกให้เข้าไปด้านใน และได้รับพลังจากอนิมา โดยการโจมตีของอนิมาจะทะลุเกิน 9,999 โดยอัตโนมัติอยู่แล้ว

The Magus Sisters

สัตว์อสูรตัวสุดท้าย แบ่งเป็นสามตัวย่อยในนาม ‘สามพี่น้องเมกัส’ วิธีการได้พวกเธอมาก่อนอื่นต้องได้สัตว์อสูรครบ 7 ตัวก่อน (รวมโยจิมโบกับอนิมาด้วย) จากนั้นมายังวิหาร Remiem Temple ทางตะวันออกเฉียงใต้ของ Calm Land และเข้าไปในวิหารสู้กับสัตว์อสูรของ Belgemine จนชนะบาฮามุทของเธอแล้วจะได้รับ Flower Scepter มา
เดินทางมายัง Mt. Gagazet และจับมอนสเตอร์บนนั้นให้ครบ แล้วมารับรางวัล Blossom Crown จากเจ้าของมอนสเตอร์อารีน่า ทีนี้ย้อนกลับมายัง Remiem Temple แล้วใช้ไอเทมทั้งสองที่ได้มาปลดล็อคผนึกออกก็เป็นอันสิ้นสุด
ทั้งนี้การโจมตีของสามพี่น้องจะแยกจากกัน และเอาแน่นอนไม่ได้ บางทีก็ดีบางครั้งก็แย่ อย่างไรก็ตาม การโจมตีของทั้งสามคนสามารถทะลุเกินขีดจำกัดได้โดยอัตโนมัติ

ปลดล็อคโอเวอร์ไดร์ฟ

โอเวอร์ไดร์ฟเปรียบเหมือนท่าไม้ตายที่สร้างความเสียหายได้รุนแรง ซึ่งจะใช้ได้ก็ต่อเมื่อเกจโอเวอร์ไดร์ฟเต็มแล้วเท่านั้น โดยเงื่อนไขการเพิ่มขึ้นของเกจนั้นเลือกได้ว่าจะเอาแบบไหน และที่สำคัญท่าโอเวอร์ไดร์ฟของแต่ละคนมีความโดดเด่นไม่ซ้ำกันเลย ได้แก่

Swordplay – Tidus

โอเวอร์ไดร์ฟของทีดัส เป็นท่าดาบทั้งหมด 4 ท่า โดยเป็นท่าโจมตีและมีจังหวะปิดท้ายให้กด ซึ่งถ้าสำเร็จจะสร้างความรุนแรงมาก แต่ถ้าล้มเหลวก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ทั้งนี้ท่าของทีดัสมีการเรียนรู้ท่าใหม่จากการใช้ท่าเดิมถึงจำนวนที่กำหนดไว้ดังนี้

  1. Spiral Cut – ท่าเริ่มต้น
  2. Charge & Assault – ใช้โอเวอร์ไดร์ฟ 10 ครั้งขึ้นไป
  3. Energy Rain – ใช้โอเวอร์ไดร์ฟ 20 ครั้งขึ้นไป
  4. Ace of the Blitz – ใช้โอเวอร์ไดร์ฟ 50 ครั้งขึ้นไป

Grand Summon – Yuna

ท่าโอเวอร์ไดร์ฟของยูนะเป็นการเรียกสัตว์อสูรให้มาในสภาพพร้อมใช้โอเวอร์ไดร์ฟได้ทันที มีเพียงท่าเดียวไม่มีการเรียนรู้เพิ่มเติม

Slots – Wakka

โอเวอร์ไดร์ฟเสี่ยงโชคของวัคก้า โดยต้องกดหยุดให้ถูกจังหวะตรงช่องกลาง กดได้อะไรก็ให้ผลออกมาเช่นนั้น หากช่องเหมือนกันทั้งสามช่องจะเพิ่มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ท่าสล็อตของวัคก้ามีด้วยกันทั้งหมด 4 ท่า การเรียนรู้ท่าใหม่มาจากรางวัลเล่นบริซบอล ทั้งรายการลีคหรือทัวร์นาเมนท์ แต่ของรางวัลสุ่มแรนด้อมออกมา ดังนั้นก่อนแข่งแมตช์สุดท้ายควรเซฟไว้ก่อน หากของรางวัลใหม่ไม่ใช่ที่ต้องการก็รีเซ็ทใหม่ซะ ส่วนท่าของวัคก้ามีดังนี้

  1. Elemnet Reel : โจมตีทางธาตุ
  2. Attack Reel : โจมตีทางกาย
  3. Status Reel : โจมตีด้วยอาการผิดปกติ
  4. Auroch Reel : โจมตีด้วยท่าพิเศษของสมาชิกในทีม

Ronso Rage – Kimari

ความสามารถโอเวอร์ไดร์ฟของคิมาริคือ มนต์น้ำเงินหรือท่าของศัตรูนั่นเอง โดยต้องทำการ Draw จากศัตรู หากมีท่าพิเศษก็จะได้มา แต่ถ้าไม่มีก็เป็นการดูดพลังปกติ มีด้วยกันทั้งหมด 12 ท่า ดังนี้

  1. Jump : ท่ากระโดดเสียบ
  2. Fire Breath : พ่นไฟ เรียนจาก Dual Horn, Grendel หรือ Valaha
  3. Seed Cannon : ปล่อยกระสุนเมล็ดพืช เรียนจาก Grat, Ragorra, Sandragora
  4. Self-Destruct : ระเบิดตัวเอง และหายไปจากการต่อสู้ (คืนชีพไม่ได้) เรียนจากมอนสเตอร์ประเภท Bomb, Biran Ronso
  5. Thrust Kick : ท่าเตะที่บางครั้งทำให้ศัตรูลอยหายไปได้ เรียนจาก YKT-11, YKT-33, Biran Ronso
  6. Stone Breath : พ่นไอทำให้เป็นหิน เรียนจาก Basilisk, Anacondaur และ Yenke Ronso
  7. Aqua Breath : พ่นน้ำ เรียนจาก Chimera, Chimera Brain และ Yenke Ronso
  8. Doom : นับถอยหลังสู่ความตาย เรียนจาก Ghost, Wraith และ Biran Ronso
  9. White Wind : ฟื้นพลังพรรคพวกราวครึ่งหนึ่งของ HP คิมาริ เรียกจาก Spirit, Dark Flan และ Yenke Ronso
  10. Bad Breath : ลมหายใจทำให้เกิดอาการผิดปกติ เรียกจากมอนสเตอร์ประเภท Malboro
  11. Mighty Guard : สร้างบาเรียมีผลของ Shell, Protect และ Null ทั้งสี่ธาตุ เรียนจากมอนสเตอร์ประเภท Behemoth และ Biran Ronso
  12. Nova : โจมตีศัตรูอย่างรุนแรง เรียนจาก Omega Weapon หรือ Nemesis

Fury – Lulu

ท่าโอเวอร์ไดร์ฟของลูลู่มีแค่เพียงท่าเดียว โดยต้องหมุนควงอนาล็อคให้ได้รอบมากที่สุดในเวลาที่กำหนด ได้กี่รอบก็ร่ายเวทมนตร์ออกมาตามจำนวนนั้น

Bushido – Auron

โอเวอร์ไดร์ฟของอารอนเป็นท่าดาบที่ต้องกดปุ่มตามที่ขึ้นมาในเวลาที่กำหนดไว้ มีด้วยกันทั้งหมด 4 ท่า และเรียนรู้ท่าใหม่ผ่านการเก็บรวบรวม Jecht Sphere ตามสถานที่ต่างๆ ทั้งหมด 10 ลูกดังนี้

  1. หลังจากปราบ Spherimorph (ตามเนื้อเรื่อง)
  2. Besaid Village ในหมู่บ้านใกล้วิหารเยวอน
  3. บนเรือมุ่งหน้าไปยัง Besaid
  4. Luca Stadium ตรงชั้นใต้ดิน A ใกล้ห้องพัก
  5. Mi’hen Highroad
  6. Mushroom Rock Road
  7. Moonflow ใกล้ Shoopuf Dock
  8. Thunder Plains
  9. Macalania Forest
  10. Mt. Gagazet

Mix – Rikku

โอเวอร์ไดร์ฟผสมไอเทมสองชิ้นเข้าด้วยกัน ซึ่งผลที่ออกมามีหลากหลายแล้วแต่ส่วนผสม แนะนำเอา Potion + Soul Spring ได้เป็น Megalixir