Breath of Fire Final Fantasy Pixel Pixel FF Bof Rockman retro Sprite

สีม่วง ที่แท้ทรู ใช้แทนดำ

Home / เกม Console / สีม่วง ที่แท้ทรู ใช้แทนดำ

เคยสังเกตกันไหม เวลาเล่นเกม โดยเฉพาะเกมในยุคเก่าๆ แบบยุคที่ใช้ภาพแบบพิกเซลในยุค 8 bit 16 bit แล้วสีที่บอกกับสีที่ปรากฏไม่สอดคล้องตรงกัน คือในบทพูด ในเนื้อเรื่อง หรือชื่อเรียก บอกโต้งๆ ว่า เป็น “สีดำ” เป็นอะไรที่ “ดำ” แต่สีที่แสดงปรากฏออกมากลับไม่ใช่ คือใช้เป็นสีม่วงหรือม่วงเข้มทึบแทน คือดูแล้วก็พอให้ความรู้สึกมืดเข้มใกล้เคียงกับสีดำได้อยู่หรอกนะ แต่ให้ดูเทียบยังไงก็ยังเป็น สีม่วง ไม่ใช่สีดำจริงๆ อย่างที่เรียกแน่นอน เออ ทำไมถึงเป็นแบบนั้นหละ  แล้วมีเหตุผลประกอบอะไรไหม ว่าทำไม ถึงใช้สีม่วงเข้มแทนการใช้สีดำแบบตรงๆ และที่สำคัญ ทำไมถึงปรากฏแต่เกมในยุคแรกๆ เท่านั้น ที่ใช้สีแทนแบบนี้ ทำไมเกมในยุคหลัง ยุคต่อมา หรือตั้งแต่ยุค 32 bit 64 bit ในยุครุ่น PS1 ไป แทบไม่เจออะไรแบบนี้แล้วหละ

 

purple black สีม่วง สีดำ pixel Chocobopurple black สีม่วง สีดำ chocobo“นกตัวนี้ สีดำนะ”
ชื่อเป็นโชโคโบะดำ (Black Chocobo)(黒チョコボ)
แต่สีจริงที่ปรากฏ นี่มันม่วงชัดๆ 

 

 

จากข้อจำกัด ใช้ดำไม่เหมาะ

ถ้าถามว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะอะไร ให้ตอบว่า เป็นเพราะข้อจำกัดของฮาร์ดแวร์และการแสดงผลน่าจะเป็นอะไรที่เข้าใจได้ง่ายที่สุด ในเกมยุคแรกๆ ที่ยังทำภาพแต่ละภาพขึ้นมาด้วยการแต่งแต้มไล่จุดแบบพิกเซลอยู่นั้น สีที่นำมาใช้เลือกประกอบ ก็มีอยู่อย่างจำกัดเอามากๆ คือ เลือกนำมาใช้แสดงผลได้แบบจำกัดมาก พอให้แค่ใส่ไปให้รับรู้ว่าเป็นสีอะไร และพอไล่สีให้รู้สึกมีมิติได้นิดหน่อย แบบพอให้รู้แค่ว่า “นี่สีแดงนะ” “นี่สีน้ำเงินนะ” “นี่สีเขียวนะ” อะไรแบบนั้น

ซึ่งถ้าเป็นสีแบบปกติทั่วไปนี่ก็ไม่มีอะไรมาก ไม่มีความแตกต่างในเรื่องของสีที่แสดงกับสีที่เลือกมาใช้มาก แต่พอเป็นสีดำแล้วมันเกิดปัญหาขึ้นมาทันที เพราะถ้าระบายสีดำใส่ทับลงไปแบบโต้งๆ ก็จะได้สีดำแบบดำจริงๆ คือดำแบบมืดทึบเลย แล้วไอ้การที่มันเป็นสีดำทึบมืดนี่แหละ มันก็มักจะกลืนทับไปกับฉากหลัง กลืนทับไปกับขอบหรือองค์ประกอบของวัตถุ ของพื้น ของกรอบ อะไรต่างๆ โดยเฉพาะส่วนพื้นหลัง ส่วนที่ไม่ต้องการการแสดงผลอะไร ที่นิยมทาทับทั้งหมดด้วยสีดำเป็นสีพื้นฐานอยู่แล้ว

และถ้าเราเอาสีดำมาใช้กับตัวละคร แบบสมมุติว่าตัวละครมีผมสีดำ ใส่เกราะสีดำ พอทาสีดำลงไปหมดปั้บ ก็จะได้ก้อนสีดำในส่วนที่แสดงเป็นผม เป็นเกราะออกมา แล้วพอเราขยับตัวละครดังกล่าวไปในฉากพื้นหลังที่มีสีดำประกอบ ก็จะกลายเป็นเหมือนส่วนสีดำถูกกลืนหายไปกับตัวพื้นหลัง หรือกรอบ ui (ที่ก็มักทำพื้นเป็นสีดำเช่นกัน) จนดูเหมือนไม่เห็นอะไร เห็นแต่แขนขาหัวตัวละครส่วนที่โผล่พ้นเกราะกับส่วนที่ไม่ใช่ผม ลอยแบบโต้งๆ ไป ซึ่งบางเกมก็พยายามแก้ด้วยการใส่กรอบสีขาวซ้อนปิดไปรอบๆ ส่วนสีดำบ้าง พยายามใช้สีดำแต่น้อยบ้าง ไม่ก็หาทางหลีกเลี่ยงใช้สีอื่นแทนสีดำไปเลยอะไรแบบนั้น

 

purple black สีม่วง สีดำ pixel rockman megamanpurple black สีม่วง สีดำ pixel rockman megamanจริงๆ แล้ว Rockman มีผมสีดำ
แต่ในเมื่อฉากเบื้องหลังก็มีสีดำเช่นกันแบบนี้
ถ้ายังทำผมสีดำเหมือนกันอีก มีหวังกลืนจนดูไม่ออกกันพอดี
ก็เลยจำต้องทาสีผมเป็นน้ำเงินเข้ม แทนไปก่อน

 

การใช้สีดำกับเกมในแต่ละยุค

ในช่วงยุคแรกๆ แบบสมัยยุค Famicom 8 bit สีที่เลือกใช้ได้ยิ่งมีจำกัด ยิ่งไม่สามารถใช้ลูกเล่นหรือทำอะไรได้มากนัก ดังนั้นเวลาจะใช้สีดำใส่ไปในวัตถุหรือตัวละคร ส่วนมากต้องพยายามใส่เข้าไปกลางๆ ในส่วนของตัวภาพสไปรท์ แบบตรงกลางอาจจะดำจริง แต่ก็มีสีอื่นรายล้อมรอบอยู่ ทำให้ต่อไปอยู่กลางฉากหลังที่เป็นสีดำสนิทโดยพื้นฐาน ก็ยังสามารถมองเห็นได้โดยไม่ขัดตา หรือไม่ ก็พยายามลากเส้นตีกรอบ ใส่เส้นขาวล้อมรอบสีดำดังที่ว่านี้เข้าไปอีกที

ต่อมาในยุค 16 bit ในสมัยของเครื่อง Super Famicom สีที่เลือกใช้ได้มีความหลากหลายเพิ่มมากขึ้น การใส่สี ไล่สี ให้ภาพดูมีมิติโดดออกมา และทำให้การขยับเคลื่อนไหวดูลื่นไหลมากขึ้นสามารถทำได้เพิ่มมากขึ้น แต่สีดำตัวที่ว่าก็ยังคงเป็นปัญหาอยู่ และอาจเป็นปัญหามากกว่าแต่เดิมด้วยตรงจุดที่ว่า เมื่อสามารถใส่ไล่สีตัวสไปรท์อะไรได้มากขึ้นแล้ว ส่วนที่ใช้สีดำกลับไม่สามารถทำอย่างที่ว่าได้ เพราะถ้าทาสีดำทึบทับลงไปตรงๆ เลย ก็จะได้ส่วนวัตถุหรือส่วนสไปรท์ที่ให้ความรู้สึกแบนราบแบบไม่มีมิติในตัวเองออกมา จากธรรมชาติที่เป็นไปของสีดำสนิท

ไอ้ครั้นจะไปไล่สีเพื่อทำให้มีมิติแบบสีอื่นๆ ก็ยังทำได้ยากยิ่ง มีที่พอใกล้เคียงหน่อยก็คือสีเทาเข้ม สีเทา ไปจนถึงการเอาสีขาวมาประกอบ แต่ก็ยังทำได้ไม่ง่ายเท่าไหร่นักจากข้อจำกัดของสีและการแสดงผลที่มีให้ใช้งาน และการนำสีเทามาประกอบ ก็ดูเหมาะกับการใช้ไล่สีร่วมกับสีขาวมากกว่าการนำไปใช้ไล่สีกับสีดำ ที่ยังไงก็ยังไล่สีลงมาจากสีดำแบบดำเข้มได้ยาก และทำออกมาให้ไม่เกิดความรู้สึกขัด แบบดูไม่ค่อยเข้ากลมกลืนกันได้ยาก ไอ้ครั้นจะไปโฟกัสแต่การไล่สีดำแต่เพียงอย่างเดียวเลย แทนที่จะให้ความสำคัญในการหยิบเลือกสีอื่นๆ มาใช้ ก็ดูไม่ใช่เรื่องไป

purple black สีม่วง สีดำ Nina Bof Breath of Fire

purple black สีม่วง สีดำ pixel Cecil Dark Knight FFIV

purple black สีม่วง สีดำ pixel Golbez SD FFIV

ตัวอย่างสไปรท์ตัวละคร  Nina, Cecil, Golbez
จากเกม Breath of Fire II และ Final Fantasy IV
ที่ตามเนื้อเรื่องแล้ว ต้องมีปีกสีดำ กับใส่เกราะสีดำกัน
แต่ปรากฏใช้ในเกมเป็นสีม่วงและน้ำเงินเข้มแทนสีดำ
ตามเหตุผลในเรื่องข้อจำกัดดังที่กล่าว

 

สีม่วงเข้มนี่แหละ แทนดำไป

ดังนั้น เกมในยุคนั้นจึงนิยมแก้ปัญหาด้วยการนำสีอื่นมาใช้แทนสีดำไปเลย และสีที่เป็นที่นิยมหยิบมาใช้แทนก็คือ สีม่วง ในแบบม่วงเข้มนั่นเอง โดยนิยมใช้สีม่วงแบบทึบเข้มเป็นหลักในการแทนสื่อถึงสีดำ แล้วค่อยไล่สีม่วงในแบบที่อ่อนลงมา ไล่ลงมา และทำให้แลดูมีมิติได้ โดยอาจมีสีดำจริงๆ มาแซมประกอบบ้าง แต่สีหลักที่ใช้ก็ยังคงเป็นสีม่วงเข้มอยู่ (หรือบางทีน้ำเงินแบบเข้มไปทางดำในลักษณะนั้น ก็พอใช้กันได้) แล้วก็ใช้เรียกสีที่สื่อแสดงในเกมแบบนั้นว่าเป็นสีดำไป

ซึ่งในบางครั้ง ก็มีการทำภาพคอนเซ็ปต์ตัวละคร ภาพอาร์ตเวิร์คประกอบของตัวละครหรือสิ่งของสิ่งนั้นๆ ด้วยการลงสีแบบใช้สีม่วงเข้มไล่สีประกอบ เพื่อให้ดูรู้สึกลมกลืนเข้ากันกับตัวสไปรท์ที่แสดงผลในเกมตามไปด้วย ในขณะที่บางเกม ก็ยังใช้พยายามสีดำประกอบจริงตามนั้นอยู่ แต่ก็หาทางทำให้มันไม่ดำกลืน ด้วยการเอาสีขาวเข้ามาตัด และหาทางลงเงาหรือไล่สี เพื่อให้มันดูโดดจากพื้นหลัง หรือดูมีมิติไปแทน

 

purple black สีม่วง สีดำ Cecil FFIVpurple black สีม่วง สีดำ FFIV Golbezpurple black สีม่วง สีดำ Nina BOF Breath of fire

ภาพอาร์ตเวิร์คของ Cecil (FFIV) Golbez (FFIV) และ Nina (BOFII) ตามลำดับ
จะเห็นว่า แม้ภาพต้นฉบับของ Cecil กับ Golbez 
จะออกแบบมาให้เกราะออกไปทางสีดำม่วง กับ ดำน้ำเงินเข้ม
แต่ก็ไม่สามารถทำสไปรท์ตัวละครออกมาให้มีสีตรงจริงตามนั้นได้

ในขณะที่ Nina แม้ตามเนื้อเรื่องจะมีปีกสีดำ
แต่ในเมื่อ ในเกมตั้งใจจะใช้สีม่วงสื่อแทนสีดำแล้ว
ตัวอาร์ตเวิร์คประกอบก็เลยทำให้ปีกเป็นสีม่วง ต่างแทนสีดำแต่แรกไปเลย
เพื่อไม่ให้เกิดความรู้สึกขัดแย้งในเกม (แม้ในเรื่องจะบอกว่าเป็นปีกดำอยู่ก็ตาม)

 

purple black สีม่วง สีดำ BOF breath of fireแต่ภายหลังจากนั้น
ภาพอาร์ตเวิร์คประกอบของ Breath of Fire II ฉบับ Game Boy Advance
กลับระบายสีปีกของ Nina ด้วยสีดำสนิท ให้สอดคล้องตรงตามเนื้อเรื่องในเกม
(แม้ในเกมจะยังเห็นเป็นสีม่วงอยู่ก็ตาม)

 

ส่วนในยุคต่อๆ มาภายหลังจากนั้น ปัญหาดังกล่าวก็ดูเหมือนจะหมดไป ไม่ว่าจากการแสดงผลด้วยภาพแบบโพลิก้อน ที่สามารถแสดงออกถึงความมีมิติแบบแบ่งแยกวัตถุองค์ประกอบได้อย่างเด่นชัด การมีสีให้เลือกใช้ได้มากมาย จากขีดความสามารถของตัวฮาร์ดแวร์ที่เพิ่มมากขึ้น จนมีเฉดสีของสีดำที่มากพอจะไล่สี ใส่เงา ให้ออกมาดูสวย ดูดีมีมิติ และให้ความรู้สึกถึงการขยับเคลื่อนไหวได้อย่างแนบเนียน โดยไม่ดูกลืนไปกับตัวฉากหลังหรือองค์ประกอบอื่นๆ

ซึ่งนั่นก็รวมถึงเกมในยุคหลัง เกมในยุคปัจจุบันที่ยังทำออกมาโดยใช้กราฟิกแบบพิกเซลแบบดั้งเดิมด้วย ที่แม้จะดูเผินๆ แล้วจะให้ภาพที่ดูคล้ายกับเกมในยุคแบบดั้งเดิม แต่กลับสามารถใส่รายละเอียดไล่สีไปในตัวสไปรท์ได้อย่างสวยงามและแนบเนียน จนแสดงผลสีดำออกมาได้อย่างที่ตั้งใจ ได้โดยไม่ต้องไปใช้สีอื่นๆ อย่างสีม่วงเข้มมาอุปโลกน์แทนอีกแล้ว…

 

purple black สีม่วง สีดำ pixel Golbez FFIV FF4purple black สีม่วง สีดำ pixel Golbez FF FFBE
Golbez
ที่ตามท้องเรื่องและตามอาร์ตเวิร์ค จะสวมเกราะสีดำ
แต่ในยามเป็นสไปรท์ปรากฏให้สู้ใน FFIV
กลับปรากฏสีเกราะเป็นสีน้ำเงินเข้ม / ม่วง แทนดำ
ตามเหตุผลข้อจำกัดเรื่องการใช้สี

หากแต่พอมาปรากฏตัวอีกครั้งใน Final Fantasy Brave Exvius
ก็สามารถทำจำลองสไปรท์ในแบบ Pixel ให้ออกมาใกล้เคียงกับของเดิม
แต่สามารถใส่สีดำแบบไล่สี ในแบบที่สมัยก่อนทำไม่ได้ได้แล้ว

 

 

Ariana Grande ปรากฎตัวในเกม FFBE Global งานนี้แฟนๆ FF ว่าไง?

Final Fantasy Digital Card Game เตรียมเปิดตัวลง PC และมือถือเร็วๆ นี้