Chrono Trigger ค่ายเกม Square Enix เกม Final Fantasy เกม RPG

จาก Chrono Trigger สู่ Chrono Break เกมดีในตำนาน ที่ภาคต่อไม่มีวันได้ออก

Home / PlayStation, Super Famicom, เกม Console, เกมมือถือ MOBILE GAMES / จาก Chrono Trigger สู่ Chrono Break เกมดีในตำนาน ที่ภาคต่อไม่มีวันได้ออก

Chrono Trigger (クロノ・トリガー) เป็นเกมที่ใครหลายๆ คน โดยเฉพาะในหมู่นักเล่นเกมรุ่นเก่า จะมีความคุ้นเคย มีความรู้จักมักจี่กับมันเป็นอย่างดี ด้วยเพราะเป็นเกมที่ขึ้นชื่อลือชาทั้งในด้านกราฟฟิก (ในยุคนั้น) ด้านเพลงประกอบ ระบบ ลูกเล่น การดำเนินเรื่อง เนื้อเรื่อง ตลอดจนองค์ประกอบแวดล้อมต่างๆ ที่ล้วนถูกสรรค์สร้าง ปั้นแต่งมาได้สัดส่วนในแบบที่เคมีลงตัว จนทำให้มันกลายเป็น RPG ชั้นอ๋อง เป็น เกมดีในตำนาน ที่ครองใจบรรดาคอเกมทั่วโลกมาแต่ช้านาน และแม้กระทั่งในทุกวันนี้ หลายๆ คน ก็ยังยกมันให้เป็นหนึ่งใน RPG ที่ดีที่สุดตลอดกาล หรือเป็นเกมที่น่าประทับใจที่สุดเท่าที่เคยสัมผัสมาเลยก็ว่าได้  ซึ่งในเรื่องดังกล่าว แม้แต่ทางคนญี่ปุ่นเอง ก็ดูเหมือนจะเห็นดีเห็นงามด้วย ด้วยเพราะผลคะแนนแบบสำรวจหาเกมที่ได้ชื่อว่าเป็นตัวแทนของยุคเฮเซ จากทางนิตยสาร Famitsu นั้น เกมที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุด และได้ชื่อว่าเหมาะสมเป็นเกมตัวแทนของยุคเฮเซมากที่สุด ก็หาเป็นเกมอื่นใดไม่ นอกจากเกม Chrono Trigger เกมนี้นี่เอง

Chrono Trigger Cross Break FF Final Fantasy Dimensions II

 

ซึ่งนั่นก็เป็นเครื่องพิสูจน์ยืนยันอันดีอีกประการหนึ่ง ถึงกระแสความนิยมของเกม Chrono Trigger ที่เรียกว่า เป็นอมตะไม่มีวันเสื่อมคลายจริงๆ และนอกจากตัว Chrono Trigger แล้ว ตัวเกมยังมีภาคต่ออย่าง Chrono Cross (クロノ・クロス) คลอดตามออกมาภายหลังด้วย แม้ตัวเกมจะไม่ได้รับความนิยมขนาดสามารถเทียบชั้นเทียบเท่าระดับ Chrono Trigger ได้ (จากการปรับเปลี่ยนอะไรหลายๆ อย่าง ที่อาจไม่ถูกใจบรรดาแฟนๆ เท่า ?) แต่ก็ยังจัดมันเป็นเกมชั้นอ๋อง RPG ชั้นเยี่ยม ที่เป็นที่เชิดหน้าชูตา และเป็นภาคต่อของเกมในชุด Chrono ที่สามารถเรียกออกปากได้อย่างเต็มภาคภูมิอยู่

Chrono Trigger Cross Break FF Final Fantasy Dimensions II

 

แต่หลังจาก Chrono Cross แล้ว หลังจากนั้นหละ ? Chrono Cross ก็ได้วางจำหน่ายไปในปี 1999 ปีนี้ 2019 ก็เรียกได้ว่า 20 ปีแล้ว ทำไมเกมดีที่ได้รับความนิยมมากมายขนาดนั้น ถึงไม่มีทำภาคต่อออกมาให้แฟนๆ ได้ชื่นใจเลย ? ซึ่งอันที่จริงแล้ว มันเคย “เกือบ” จะมีเกมตัวที่ 3 ในชุด Chrono ในชื่อว่า “Chrono Break” ถูกพัฒนาออกมาอยู่ แต่ด้วยเหตุผลหลายๆ ประการ ทำให้เกมดังกล่าวไม่ได้คลอดออกมา และดูเหมือนจะไม่มีวันได้คลอดออกมาตลอดไปอีกแล้ว หากแต่ได้ไปปรากฏออกมาในชื่ออื่น แทนชื่อ “Chrono” ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดจากอะไร ? เพราะอะไร ? และลงเอยเป็นเช่นไรกันแน่ ? ก็ต้องมาติดตามเนื้อหาเกี่ยวกับ Chrono Break กับเราในครั้งนี้กัน

Chrono Trigger Cross Break FF Final Fantasy Dimensions II

 

Chrono Break คืออะไร ?

Chrono Break (クロノ・ブレイク)  คือเกมที่ทางทีมผู้พัฒนาแต่เดิม ตั้งใจจะเข็นออกมาในฐานะเกมภาคต่อตัวที่ 3 ของเกมในชุด Chrono ต่อจากภาค Cross โดยเป็นชื่อและแผนงานที่ได้วางเอาไว้ หากแต่ก็ไม่ได้มีการออกสื่อ ให้ข้อมูล หรือประกาศถึงการมีอยู่ของตัวเกมออกมาอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด

Chrono Trigger Cross Break FF Final Fantasy Dimensions II

ชื่อเกม Chrono Break ได้มีการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในฐานะผลิตภัณฑ์ประเภทสื่อวีดีโอเกม จากทาง Square-Enix (หรือ Square อย่างเดียวในตอนนั้น) ในปี 2001 ซึ่งการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าว ก็ได้นำไปสู่กระแสการพูดคุย การถกเถียงกันในวงกว้าง ถึงที่มาที่ไปของชื่อดังกล่าว ซึ่งทางตัว Hironobu Sakaguchi (บิดาแห่ง Final Fantasy ผู้เป็นฝ่ายที่ปรึกษาของเกม Chrono Trigger และมีส่วนร่วมในฐานะผู้อำนวยการผลิตด้วย) ก็ได้ให้ข้อมูลออกสื่อว่า ทีมพัฒนาแต่เดิมของ Chrono Cross โดยเฉพาะทาง Masato Kato (ผู้เขียนบท คิดเนื้อเรื่องให้กับเกมในชุด Chrono และเป็นผู้กำกับของ Chrono Cross) ตั้งใจจะทำเกมภาคต่อตัวใหม่ในชุด Chrono ออกมา ขณะที่ส่วนบทเนื้อเรื่องทั้งหลาย กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณากันอยู่

ซึ่งผลจากการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าชื่อ Chrono Break ก็ดี การออกสื่อ ให้ความเห็นจากทาง Sakaguchi ก็ดี แม้ว่าทาง Square-Enix จะไม่มีการเปิดเผยหรือประกาศให้ข่าวในเรื่องดังกล่าวออกมาอย่างเป็นทางการ แต่บรรดานักข่าวจากแวดวงการเกมหลายสำนัก ก็พอจะอนุมาน และปักใจเชื่อกันแล้วว่า เกมภาคต่อของ Chrono Trigger และ Cross กำลังถูกซุ่มพัฒนากันอยู่ และก็น่าจะคลอดออกมาให้ได้เล่นกันในอีกไม่กี่ปีนี้เป็นแน่

 

 

Chrono Break ที่ถูกติดเบรก จนเกมจริงไม่มีวันได้ออก

ทว่า แผนงานดังกล่าวก็หาได้รับไฟเขียวจากทาง Square-Enix แต่อย่างใดไม่ ทำให้โครงการดังกล่าว ยังไม่ได้แม้แต่จะเริ่มต้นขึ้นมาเลย และในระหว่างนั้นเอง ทีมพัฒนา ทีมงานของทาง Chrono แต่เดิม ก็มีอันระหกระเหิน กระจัดกระจายกันไปตามภาคส่วนต่างๆ มีทั้งลาออกไปทำธุรกิจส่วนตัว ไปทำงานในฐานะฟรีแลนซ์ หรือเข้าไปทำกับแผนกอื่นหรือบริษัทอื่นไปแทน (หลายคนไปเข้าร่วมกับทาง Monolith Soft ต่อแทน) ขณะที่ส่วนทีมงานตัวหลักๆ ก็ถูกย้ายไปทำ Final Fantasy XI และเกมในชุด Seiken Densetsu ภายหลังจากนั้น ทำให้การจะฟอร์มทีมที่เคยทำ Chrono Cross แต่เดิม ให้กลับมารวมทีมแบบพร้อมหน้ากันอีกครั้ง เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ณ เวลานั้น

นอกจากนี้ หนึ่งในหัวเรือของโครงการอย่าง Kato เอง หลังมีส่วนร่วมในการพัฒนา เขียนบทให้กับตัว Final Fantasy XI: Rise of the Zilart เสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็ได้ตัดสินใจลาออกจากบริษัท และทำงานในฐานะฟรีแลนซ์ ในฐานะคนเขียนบทอิสระแทน (แม้จะยังรับงานหลักๆ จากทาง Square-Enix อยู่ก็ตาม) นั่นทำให้โครงการ Chrono Break ถูกพับทิ้งไว้ยาว จนแทบจะเรียกว่าถูกลืมไปเลยก็ว่าได้ (เพราะทีมงานแต่ละคนก็ไปยุ่งๆ กับเกม และหน้าที่อื่นที่ตนได้รับมอบหมายมาแทนด้วย) จนในที่สุด เครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ก็หลุดไปในปี 2003 สำหรับในสหรัฐอเมริกา และหลุดไปในปี 2012 สำหรับส่วนในญี่ปุ่น และในปี 2019 นี้ ก็ไม่มีส่วนเครื่องหมายการค้าใดๆ ของทาง Chrono Break หลงเหลืออยู่อีกแล้ว ทำให้เป็นที่กระจ่างแน่ชัดแล้วว่า เกมภาคต่อในชื่อ Chrono Break นี้ คงไม่มีวันได้คลอดออกมาให้ได้เห็นเป็นแน่

Chrono Trigger Cross Break FF Final Fantasy Dimensions II

 

 

ความหวัง ความคาดหวังจากบรรดาแฟนๆ ถึงเกมภาคต่อ

แม้หลังจาก Chrono Cross จะไม่มีเกมภาคต่อ หรือแม้แต่ข่าวคราวของเกมภาคต่อในชุด Chrono ออกมาจากทาง Square-Enix เลย แต่บรรดาแฟนๆ ก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาเฝ้ารอคอยอย่างมีความหวัง รวมถึงมีการเรียกร้อง ส่งจดหมายร้องขอเกมภาคต่อ ภาคที่ 3 อย่างไม่ขาดสาย ตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่งนั่นทำให้ชื่อของเกมในชุด Chrono มักจะไปปรากฏติดอันดับ “เกมที่ต้องการภาคต่อมากที่สุด” ตามโพลหรือแบบสำรวจจากสื่อเกมในหลายๆ เจ้าด้วย และเมื่อมีข่าวคราว ชื่อ หรืออะไรก็ตามที่พอจะมีเค้าลางเกี่ยวข้องให้พอนึกถึงตัว Chrono ได้บ้าง แฟนๆ ก็ต่างพากันลุ้น พากันชะเง้อคอย เฝ้ารอดูด้วยความตื่นเต้นมาโดยตลอด แม้ว่าสุดท้ายแล้ว ตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา จะไม่มีข่าวคราวใดๆ ที่บ่งชี้ว่าจะมีความหวังถึงตัวเกมภาคต่อได้เลยก็ตาม

บรรดาแฟนๆ กลับมามีความหวังอีกครั้งในปี 2008 เมื่อทาง Square-Enix ตัดสินใจนำ Chrono Trigger ภาคแรกมาปรับปรุงใหม่ แล้วทำการพอร์ตลงให้กับเครื่อง Nintendo DS (DS) โดยหนึ่งในหัวเรืออย่าง Masato Kato เอง ก็ได้กลับมาร่วมงานกับทาง Square-Enix ใหม่อีกครั้งตั้งแต่ในปี 2006 และก็ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาเกมในอีกหลายๆ ตัวไปแล้ว ซึ่งสำหรับตัว Chrono Trigger ฉบับ DS เอง เขาและทีมงานแต่เดิมบางส่วน ก็มีส่วนร่วมในการดูแลความเรียบร้อยสำหรับภาพรวมของตัวเกมด้วย

Chrono Trigger Cross Break FF Final Fantasy Dimensions II

ตัวเกมได้รับกระแสการตอบรับที่ดี ในฐานะการนำ RPG ในตำนาน กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง ซ้ำแม้จะเทียบตามมาตรฐานในช่วงยุคนั้น ก็ยังจัดเป็นเกมที่ดี เกมที่สนุก แบบไม่มีวันตกยุค และส่วนยอดขายเอง ก็ดูเป็นที่น่าพอใจอยู่พอสมควร จากในฐานะเกมเก่าที่นำกลับมาวางขายใหม่ แต่กระนั้น ภายหลังจากการวางจำหน่าย Chrono Trigger ฉบับ DS ไป ทาง Square-Enix ก็หามีท่าทีจะทำภาคต่อของเกมในชุด Chrono หรือแม้แต่จะมอบให้ความหวังต่อบรรดาแฟนๆ แต่อย่างใดไม่ จนหลายๆ ฝ่ายก็ไม่อาจเข้าใจได้ว่า เกมที่ดีขนาดนี้ เป็นอมตะ ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม ขนาดมีฐานแฟนๆ ที่เหนียวแน่นขนาดนี้ เหตุอันใด จึงไม่ตัดสินใจทำเกมภาคต่อออกมาเสียที ?

 

 

ความพยายามในการตอบสนองความใคร่ของบรรดาแฟนๆ และเกมแฟนเมด

ในเมื่อไม่มีเกมภาคต่อ ภาคใหม่โดยตรง ถูกพัฒนาออกมาจากทาง Square-Enix เสียที บรรดาแฟนๆ บางส่วน จึงตัดสินใจพัฒนาทำมันออกมากันเอง ไม่ว่าจะเป็นแค่ทำตัวฉาก ทำตัวโมเดล ทำตัวเทรลเลอร์จำลอง เพื่อสื่อแสดงให้เห็นว่า ถ้าเกมในชุด Chrono มีภาคต่อ แล้วใช้เทคโนโลยีในยุคปัจจุบันทำออกมา จะมีหน้าตา ได้ออกมาประมาณไหน หรือสื่อแสดงให้เห็นว่า พวกตนอยากให้มีเกมภาคต่อ Chrono ออกมาในลักษณะรูปแบบใด

ซึ่งนอกจากภาพที่บรรจงทำ บรรจงสร้างขึ้นมาแล้ว ยังมีเกมแฟนเมดที่สามารถนำไปเล่นได้จริงอยู่จำนวนหนึ่งอีกด้วย ซึ่งส่วนมากเป็นการใช้ตัว Chrono Trigger ภาคแรกสุดเป็นฐานในการพัฒนา คือเอาสไปรท์อะไรทั้งหลายจากตัวเกมมาจัดเรียง แต่งเรื่องราวขึ้นมาใหม่ ขณะที่ภาพลักษณ์ของตัวเกมโดยรวมยังคงให้ความรู้สึกเสมือนหนึ่งเป็น Chrono Trigger ภาคแรกอยู่ และเหมือนเป็นพวก rom hacked มากกว่าจะเรียกว่าเป็นเกมที่ถูกทำขึ้นมาใหม่หมด  แต่แน่นอน สำหรับบรรดาแฟนๆ แล้ว แค่นี้ก็จัดว่าสามารถแก้ขัดได้จนเป็นที่น่าพอใจแล้ว

 

ส่วนตัวเกมที่ค่อนข้างเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง และได้รับความสนใจค่อนข้างมาก คงหนีไม่พ้นโปรเจค Chrono Resurrection ที่เป็นความพยายามของกลุ่มแฟนๆ ในการจับ Chrono Trigger ภาคแรกสุด กลับมารีเมคทำใหม่ ให้โลกทัศน์ตลอดจนกราฟฟิกในเกมเปลี่ยนไปเป็นแบบ 3D แทน

Chrono Trigger Cross Break FF Final Fantasy Dimensions II

ตัวเกมใช้ชื่อแต่แรกว่า CT64 ด้วยเพราะมุ่งหมาย ตั้งใจจะทำเป็นเกมสำหรับใช้เล่นบนเครื่อง Nintendo 64  ซึ่งตัวโปรเจคก็ได้ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง และมีการปล่อยภาพที่ได้ระหว่างขั้นตอนการพัฒนาออกมาให้แฟนๆ ได้ตื่นเต้น และเฝ้าลุ้นรอคอยกันอย่างต่อเนื่อง แต่สุดท้าย โปรเจคดังกล่าวก็ได้รับจดหมายแจ้งเตือนเรื่องการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและเครื่องหมายการค้า จากทาง Square-Enix ซึ่งแม้บรรดาแฟนๆ จะยื่นข้อเรียกร้องไปทาง Square-Enix ให้ยอมอนุญาตให้แฟนเกมตัวดังกล่าวถูกพัฒนาออกมาจนแล้วเสร็จได้ แต่ก็หาได้รับความยินยอมใดๆ ไม่ ทำให้สุดท้ายแล้ว โครงการดังกล่าวมีอันต้องถูกยุติไปในปี 2004 โดยไม่ได้เป็นเกมที่เสร็จสมบูรณ์ออกมา

Chrono Trigger Cross Break FF Final Fantasy Dimensions II

Chrono Trigger Cross Break FF Final Fantasy Dimensions II

Chrono Trigger Cross Break FF Final Fantasy Dimensions II

Chrono Trigger Cross Break FF Final Fantasy Dimensions II

Chrono Trigger Cross Break FF Final Fantasy Dimensions II

ภาพตัวอย่างจากเกม Chrono Resurrection

 

Chrono Trigger: Crimson Echoes ก็เป็นเกมแฟนเมดอีกเกม ที่เป็นที่รู้จัก และได้รับความสนใจจากในหมู่บรรดาแฟนๆ โดยเป็นเกมแฟนเมดที่ทำออกมาในแบบ rom hacked คือหยิบยืมส่วนภาพสไปรท์อะไรทั้งหลายจากตัว Chrono Trigger ภาคแรก มาจับเรียงทำใหม่ ใส่บทเนื้อเรื่องอะไรให้ใหม่ โดยเขียนบทเนื้อเรื่องเป็นช่วงเวลารอยต่อระหว่างภาค Trigger กับภาค Cross โดยเริ่มเนื้อเรื่องจากในช่วง 5 ปี ภายหลังภาคแรก

Chrono Trigger Cross Break FF Final Fantasy Dimensions II

ตัวเกมได้ถูกพัฒนาตั้งแต่ช่วงปี 2004 จนถึงปี 2009 จนเสร็จสมบูรณ์ไปร่วม 98% และเตรียมพร้อมจะปล่อยออกมาแล้ว แต่ก่อนจะปล่อยตัวเกมตัวเต็มออกมา ทางทีมพัฒนาก็ได้รับจดหมายแจ้งเตือนเรื่องการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและเครื่องหมายการค้า จากทาง Square-Enix อีกเช่นกัน จึงทำให้โครงการดังกล่าวจำต้องถูกยุติลงไปพร้อมๆ กับตัวเกมที่ไม่ได้ปล่อยตัวเต็มออกมา (แต่ฉบับที่เกือบสมบูรณ์ตัวที่ว่า ก็แอบมีหลุดออกมาด้วย)

Chrono Trigger Cross Break FF Final Fantasy Dimensions II

Chrono Trigger Cross Break FF Final Fantasy Dimensions II

Chrono Trigger Cross Break FF Final Fantasy Dimensions II

Chrono Trigger Cross Break FF Final Fantasy Dimensions II

ภาพตัวอย่างจากเกม Chrono Trigger: Crimson Echoes

 

ส่วนเกม Chrono Break ที่ไม่ได้มีออกมาจริงนั้น ถึงจะไม่มีแฟนเกมทำออกมาเต็มๆ จริงๆ แต่อย่างน้อย ก็มีความพยายามในการจินตนาการถึงตัวเกม ไปจนถึงการรังสรรค์ถอดออกมาเป็นภาพ ดังจะเห็นได้จากผลงานของศิลปินนาม Simon Andersen ผู้เป็นผู้สร้างเกม Owlboy ที่ได้ลงทุนรังสรรค์ทำเทรลเลอร์ของเกม Chrono Break ที่ไม่ได้มีอยู่จริงออกมา ซึ่งแม้จะมีให้เห็นเพียงแค่เทรลเลอร์สั้นๆ ที่ยาวเพียงแค่ 1 นาทีเศษๆ แต่ก็ทำออกมาได้อย่างงดงาม ลงตัว ในแบบที่ถ้ามีเกม Chrono Break ออกมาจริง แล้วได้หน้าตาอะไรออกมาประมาณนี้ แฟนๆ ก็น่าจะยินดี และรู้สึกพอใจเป็นอย่างยิ่ง  (มีให้ดูแค่นี้ก็ฟินมากแล้ว ถ้ามีเกมจริงจะขนาดไหน)

Chrono Trigger Cross Break FF Final Fantasy Dimensions II

Chrono Trigger Cross Break FF Final Fantasy Dimensions II

Chrono Trigger Cross Break FF Final Fantasy Dimensions II

Chrono Trigger Cross Break FF Final Fantasy Dimensions II

Chrono Trigger Cross Break FF Final Fantasy Dimensions II

ภาพตัวอย่างเทรลเลอร์ Chrono Break ฝีมือแฟนเมด

 

รับชมเทรลเลอร์ตัวที่ว่าได้จากที่นี่

 

Final Fantasy Dimensions II แท้จริงแล้วคือ Chrono Break ?

แม้จะค่อนข้างเป็นที่แน่นอนแล้วว่า เราไม่มีโอกาสเห็นเกมภาคต่ออย่าง Chrono Break คลอดออกมาแบบเป็นตัวเป็นตน (เครื่องหมายการค้าอะไรก็หมดอายุหมดแล้ว และไม่มีท่าทีจะจดใหม่ด้วย) แต่ตัวเกม Chrono Break ก็ไม่ได้ล้มหายตายจาก หรือสูญสลายหายไปจนหมดสิ้นเสียทีเดียว หากแต่กลับไปโผล่ปรากฏเป็นเงารางๆ ภายในเกมอีกตัวของทาง Square-Enix อย่าง Final Fantasy Dimensions II (Final Fantasy Legends II: Toki no Suisho) (ファイナルファンタジーレジェンズII 時空ノ水晶) เสียแทน

Chrono Trigger Cross Break FF Final Fantasy Dimensions II

Chrono Trigger Cross Break FF Final Fantasy Dimensions II

โดยเกมตัวดังกล่าว ได้มี Takashi Tokita เป็นผู้กำกับ และเขาเอง ก็เป็นหนึ่งในทีมงานหัวหอกผู้เป็นหนึ่งในผู้กำกับของเกมในชุด Chrono แต่เดิมมาก่อนด้วย และจากบทสัมภาษณ์ออกสื่อของเขาในปี 2017 เขาก็ได้กล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า ปัจจัยบางอย่างของ Chrono Break ได้ถูกนำมาพัฒนาต่อยอด และปรับให้เข้ากับเกมตัวดังกล่าวด้วย โดยเป็นการนำแนวคิดและไอเดียหลายๆ อย่าง จากที่เคยคิดเอาไว้ และเคยตั้งใจจะทำออกมาเพื่อใส่ลงไปใน Chrono Break มาปรับใส่เข้าไปในเกม Final Fantasy Dimensions II เกมนี้แทน

Chrono Trigger Cross Break FF Final Fantasy Dimensions II

Chrono Trigger Cross Break FF Final Fantasy Dimensions II

ซึ่งถ้าใครได้ลองสัมผัสกับเกมตัวนี้มาแล้ว ก็คงสามารถกล่าวได้เลยว่า จะเรื่องของแกนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับมิติเวลาก็ดี การผจญภัยแบบเดินทางข้ามเวลาไปยุคสมัยต่างๆ ก็ดี การดำเนินเรื่อง การแก้ไขประวัติศาสตร์ การหยุดวันสิ้นโลก และปัจจัยอีกหลายๆ อย่างที่ปรากฏมาในเกมก็ดี ล้วนแต่มีกลิ่นไอความเป็น Chrono แฝงอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น จนอาจจะเรียกเกมดังกล่าวว่าเป็นเกมภาคต่อของเกมในชุด Chrono ที่แท้จริง หากกลับมาบังเกิดใหม่ภายใต้เงาของชื่อ Final Fantasy และปัจจัยองค์ประกอบอะไรหลายๆ อย่าง ถูกปรับให้เข้ากับชื่อและโลกทัศน์ตามอย่างที่ Final Fantasy เป็นแทน ก็คงไม่ผิดหนัก  ซ้ำหลายๆ จุดในตัวเกมเอง ยังแทบจับเทียบกับฉากต่างๆ ใน Chrono Trigger แต่เดิมได้ จนแทบจะเรียกว่าถอดออกมาทำใหม่ หรือตีความใหม่ ในแบบที่เห็นแล้วเกิดความรู้สึกคุ้นเคย เกิดการเชื่อมโยงถึงเลยก็ว่าได้

Chrono Trigger Cross Break FF Final Fantasy Dimensions II

แนวคิดในการเดินทางข้ามมิติเวลา
ท่องไปตามยุคสมัยต่างๆ คอยแก้ไขประวัติศาสตร์ เพื่อปกป้องโลก
มามุกนี้ ประมาณนี้ อารมณ์แบบ Chrono แน่นอน

 

Chrono Trigger Cross Break FF Final Fantasy Dimensions II

Chrono Trigger Cross Break FF Final Fantasy Dimensions II

โลกยุคกลาง แล้วมีกองทัพสัตว์ประหลาดบุกมาที่สะพาน
เดือดร้อนให้เรารีบรุดหน้าไปช่วยปราบ
เอ…มุกนี้คุ้นๆ นะ ถอดแบบจาก Chrono Trigger เก่ามาเลย
แต่แน่นอน ชื่อเกมขึ้นว่าเป็น FF
ชื่อสะพานก็เลยต้องใช้เป็น Big Bridge ไปให้เข้าแทน

 

Chrono Trigger Cross Break FF Final Fantasy Dimensions II

ได้ไปยังโลกอนาคตที่ล่มสลาย
และได้ตรวจสอบบันทึกข้อมูลกับคอมพิวเตอร์
จนทำให้รับรู้เรื่องราวถึงวันพิพากษา วันสิ้นโลก
อันนี้ก็เช่นกัน ถอดมุกเดียวกันมาเป๊ะเลย

 

Chrono Trigger Cross Break FF Final Fantasy Dimensions II

Chrono Trigger Cross Break FF Final Fantasy Dimensions II

ปราสาทของจอมมาร ราชาปีศาจในยุคกลาง
กับปราสาทของราชาผู้มิรู้ตายในยุคกลางเช่นกัน
ดูคุ้นเคย ทั้งสถานที่ เรื่องราว และตัวละครแบบนี้
เรียกว่าจงใจถอดจากของเก่า
เพื่อมาให้อารมณ์ Chrono ในแบบใหม่แน่นอน

 

 

ดังนั้น แม้เกมภาคต่อ หรือ Chrono Break อาจกลายเป็นตำนานที่สาบสูญที่ไม่มีออกมาจริงแล้ว แต่ถ้าใครยังโหยหา อยากเสพเนื้อเรื่อง สัมผัสตัวเกมที่ให้ความรู้สึกที่ใกล้เคียงกับ Chrono Trigger แต่เดิมอยู่ เกม Final Fantasy Dimensions II นี้ ก็เป็นเกมที่รับสืบทอดทางจิตวิญญาณ ที่สามารถเล่นทดแทนให้หายคิดถึงเกมในชุด Chrono Trigger ได้อย่างดีทีเดียว (ยิ่งเนื้อเรื่องนี่ อารมณ์ Chrono มาเต็ม ช่วงแรกของเกมอาจจะแลดูราบเรียบ น่าเบือไปหน่อย แต่ยืนยันว่า เนื้อเรื่องทั้งหมดอลัง ล้ำลึก และเต็มไปด้วยบทหักมุมที่น่าสนใจ ในอารมณ์แบบ “มุกนี้คิดได้ไงเนี่ย ?!” )

Chrono Trigger Cross Break FF Final Fantasy Dimensions II

 

  • อนึ่ง ตัวเกม ณ ปัจจุบัน ดูเหมือนจะมีปัญหากับระบบปฏิบัติการของโทรศัพท์ในบางรุ่นอยู่ โดยจะทำให้ภาพของเกมเกิดการตกขอบ หลุดจอ จนทำให้บางส่วนมองไม่เห็น กดไม่ได้ ใครจะซื้อหาไปเล่นก็พึงระวังตรงนี้ไว้ด้วยแล ซึ่งก็คาดหวังว่าปัญหานี้จะได้รับการแก้ไขให้ได้ในเร็ววัน

 

 

Chrono Trigger Cross Break FF Final Fantasy Dimensions II

 

 

 

CHRONO TRIGGER คือเกมที่ดีที่สุด ของยุคเฮเซ

Chrono Trigger เกมดังจากปี 1995 เปิดระบบ PC ให้เล่นกันแล้ว!!

Chrono Trigger Cosplay ย้อนวัยย้อนเวลากับโครโน่ ทริกเกอร์