Tomb Raider เกม Dragon Quest เกม Final Fantasy เกม GTA 5 เกม Resident Evil

ฉากจบ เกมอะไรที่ประทับใจคุณที่สุด ตั้งแต่เล่นเกมมาจนถึงวันนี้

Home / เกม Console, เกมมือถือ MOBILE GAMES, เกมส์ PC / ฉากจบ เกมอะไรที่ประทับใจคุณที่สุด ตั้งแต่เล่นเกมมาจนถึงวันนี้

ผมหยิบมือถือขึ้นมา เข้าเกมที่เล่นเป็นประจำทุกวัน สิ่งแรกที่ทำก็คือเข้ามาเช็คชื่อเพื่อรับไอเทมรายวัน แม้ยังไม่มีเวลาเล่นยาวๆ ก็ต้องเข้ามาเอาของก่อน กันลืม..😅 ที่ต้องทำแบบนี้ก็เพราะถ้าเราเช็คชื่อครบทุกวันตามกำหนด ครบเดือนเมื่อไหร่เราจะได้ไอเทมดีๆ ไว้ใช้ฟรีๆ โดยไม่ต้องเติมเงิน ผมทำอย่างนี้เป็นประจำต่อเนื่องมาเป็นเวลา 4 ปีแล้ว และเกมนี้ก็ยังเปิดให้บริการอยู่ และก็ไม่ใช่แค่เกมเดียวด้วย ที่ผมเล่นอยู่และเปิดให้บริการมายาวนานแบบนี้ มันทำให้ผมสงสัยว่า เกมที่เราเล่นอยู่ทุกวันนี้ มันจะมี ฉากจบ หรือเปล่านะ

ผมเล่นเกมมาตั้งแต่สมัยเรียน ทุกวันนี้เป็นผู้ใหญ่เล่นเกม และคนแบบผมก็เริ่มกลุ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แต่ละคนล้วนเติบโตมากับเกมที่มีเนื้อเรื่อง มีฉากจบเป็นเรื่องเป็นราว แม้แต่เกมมือถือที่บอกว่าตัวเองเป็นเกมแนว RPG เมื่อก่อนมันก็มีฉากจบนะ อย่างเช่น Final Fantasy, Dragon Quest, Tale of ต่างๆ คือแน่นอนล่ะ ว่าระหว่างเดินเนื้อเรื่องมันก็ต้องมีฟาร์มของปั๊มเลเวลกันบ้าง แต่มันก็มีจบ

หรือแม้แต่เกม action อย่าง Resident Evil, Tomb Raider เกม open world อย่าง GTA เกมขายเนื้อเรื่องดราม่าหนักๆ อย่าง The Witcher, Last of us ล้วนมีตอนจบ จะจบสวยหรือจบห่วยก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่เกมส่วนใหญ่ที่ผมเปิดเล่นแล้ว มีเริ่มต้องมีจบ

แต่เกมสมัยนี้มันไม่อย่างงั้นน่ะสิ มันไม่มีวันจบ เกมจบก็ต่อเมื่อเราเบื่อที่จะเล่นแล้ว หรือค่ายเกมลอยแพเกม ไม่อัปเดตแล้ว 

ดังนั้น MThai Game วันนี้ เราจะมาคุยกันเรื่อง ฉากจบของเกมไหนที่เราประทับใจหรือเป็นที่จดจำที่สุดในชีวิตเกมเมอร์ของเรา ซึ่งแต่ละคนก็คงจะไม่เหมือนกันอยู่แล้ว จริงมั๊ยล่ะ

Castlevania 3: Dracula’s curse

คุ้มค่าเหนื่อยมาก ฉากจบหลายแบบ เล่นซ้ำได้ไม่เบื่อ ที่ชอบที่สุดก็ฉากจบแบบเทรเวอร์กับไซฟานี่แหละ เพราะมีเซอร์ไพร้สเล็กๆ ว่าไซฟาที่เราเล่นมาตลอดเกมนี่มันผู้หญิงนี่นา มโนเอาว่าคงจะแจ่มด้วยนะ 😄 ส่วนมุกปราสาทถล่มนี่ก็ใช้ทุกภาค จนเป็นเอกลักษณ์ไปแล้ว

นินจาริวเคนเดน (Ninja Gaiden)

ประทับใจเพราะเกมมันยากมาก ยากสุดๆ กว่าจะจบได้นี่ต้องรุมกันเล่นกับเพื่อนหลายคนทั้งๆ ที่เกมนี้เล่นคนเดียวแท้ๆ.. 😅 จำได้ว่าเกมนี้เล่าเรื่องแบบคัทซีนเป็นเกมแรกๆ เลยมั๊งถ้าจำไม่ผิดนะ

Final Fantasy VII

เกมภาษาหรือ RPG ที่เล่นๆ มาส่วนใหญ่ตอนจบก็จะเป็นคุยๆๆๆ ผ่านกล่องข้อความ ก็มี FF7 นี่แหละ ที่ปฏิวัติวงการด้วยการจบแบบ CG ด้วยความที่เกมสนุกมาก และเราก็ซึมซับเนื้อเรื่องมาจนถึงที่สุดแล้ว ฉากจบจึงเป็นอะไรที่ประทับใจมากๆ โดนเฉพาะฉากที่คลาวด์ช่วยทีฟาปีนขึ้นมาจากถ้ำที่กำลังถล่ม มันกองอยู่บนพื้นเลย อลังมาก และเชื่อว่านี่เป็นสาเหตุให้เกมเมอร์ไม่ค่อยพอใจเรื่องทีฟาโดนเนิร์ฟในภาครีเมคจนถึงทุกวันนี้

Resident Evil 2

ต้องเป็นเวอร์ชั่น PS1 ด้วยนะ เพราะตอนจบของภาครีเมคส่วนตัวมองว่ายังไม่ดีเท่าของเดิม สมกับเป็นภาคที่ดีที่สุดของซีรีส์นี้เลย คุ้มค่ากับการวิ่งฝ่าดงซอมบี้กลับไปกลับมาของทั้ง 2 เนื้อเรื่องเพื่อให้ได้จบครบทุกแบบ หลังจากที่เราอัด G-Virus จนน่วมแล้ว การนั่งพิงเก้าอี้ดูฉากจบของลีออนและแคลร์เป็นอะไรที่ฟินมาก เล่นมาหลายรอบไม่เคยกดข้ามเลย

Onimusha 2

นำแสดงโดยพี่สมรักษ์ของเรานั่นเอง.. ไม่ใช่จ้า ล้อเล่น คือฉากสุดท้ายที่จูเบขี่ม้ามองไปทางปราสาทที่โอยูก็มองมาทางจูเบนี่มันปวดร้าวนะ ผจญภัยกันมาตั้งนานสุดท้ายก็ไม่ได้อยู่คู่กัน ยิ่งมีนก 2 ตัวบินผ่านไปบนฟ้าแล้วทั้งคู่แหงนมองนี่มัน.. โอ๊ย รันทดจริงหนอ เป็นเกมแอ็คชั่นที่ต้องทำซีนารีโอ้ให้ครบจึงจะจบ 100% ได้ซึ่งต้องเล่นประมาณ 5 รอบเป็นอย่างต่ำ อิ่มกันเลยทีเดียว

Bioshock Infinite

งงในงงก็เกมนี้แหละ เอาจริงๆ ก็แอบงงมาตั้งแต่กลางเรื่องแล้ว พอจบนี่อ้าปากค้างเลย พูดได้ประโยคเดียวว่า อะไรวะ.. 😅 เล่นเกมจบต้องมาหาข้อมูลต่อ ตามอ่านทฤษฎีการไหลของเวลาและโลกคู่ขนานและอื่นๆ อีกเพียบ จึงจะถึงบางอ้อว่าตอนจบมันคืออย่างนี้นี่เอง ผู้สร้างเกมนี้นี่ลึกล้ำสุดๆ ไปเลย ใครยังไม่เคยลองแนะนำนะ เกมนี้ดีมาก และจะให้ดีคุณต้องไล่เล่นตั้งแต่ภาค 1 (เกมมี 3 ภาค)

Metal Gear Solid 4

Unless the light is put out, the shadow cannot be erased ถ้าแสงยังไม่หยุดส่อง มันก็ลบเงาไม่ได้ ประโยคนี้ยังจำได้ดี ภาค 5 ก็สนุกแหละ แต่ส่วนตัวมองว่าไทม์ไลน์ของซีรีส์นี้มันจบที่ภาค 4 แล้ว ทุกปัญหามีคำตอบซึ่งก็ได้อธิบายจุดจบไว้หมดแล้วในภาคนี้ จุดพีคคือ (สปอยล์) ตอนที่ Big Boss ปิดถังอ็อกซิเจนของผู้พันซีโร่เพื่อจบปัญหานี่คือแบบ.. ง่ายๆ งี้เลยนะ

ว่ากันตามจริง พอโลกนี้มี PS4 ผมก็ไม่ได้ดูฉากประทับใจในตอนจบของเกมที่เล่นอีกเลย เพราะกลายเป็นว่าเราเล่นเกมมือถือเป็นหลักไปเสียแล้ว ยิ่งเมื่อเกมที่เป็นกระแสเป็นแนว MOBA หรือ Battle Royale ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เล่นเป็นเกมๆ ไป ตั้งตี้เล่นกันกับเพื่อนก็สนุกดี แต่พอย้อนมองกลับไปแล้ว ผมกลับคิดได้ว่า เราชอบเล่นเกมที่มีเนื้อเรื่องและมีความน่าประทับใจในช่วงสุดท้ายของเวลาและจำนวนเงินที่เราจ่ายไปให้กับเกมๆ หนึ่งมากกว่าเกมที่เราเปิดเล่นฟาร์มวันๆ โดยไม่รู้ว่าวันไหนมันจะปิดให้บริการ

หรือเราจะหมดแรงเติมเงินให้เกมๆ นั้นก่อนกันแน่