Ragnarok Online RO เกม Ragnarok

เปิดปูมประวัติ Prontera กรุงเก่าแต่กาลก่อนใน Ragnarok

Home / เกม online, เกมมือถือ MOBILE GAMES / เปิดปูมประวัติ Prontera กรุงเก่าแต่กาลก่อนใน Ragnarok

พูดถึงโลกของ Ragnarok และเกมในชุด Ragnarok Online ทั้งหลายแล้ว (โดยเฉพาะตั้งแต่ในภาคแรกสุด) ถ้าจะพูดถึงสถานที่ พูดถึงเมืองที่เรียกว่าเป็นศูนย์กลางหลัก จุดเริ่มต้น และสถานที่ที่ทุกคนคุ้นชินที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นมหานคร เมืองหลวง กรุงเก่าอย่าง Prontera (พรอนเทร่า) เมืองนี้ไปได้แน่

เมืองหลวง กรุงเก่าอย่าง Prontera

 

ลักษณะโดยทั่วไป

Prontera เป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางของราชอาณาจักร Rune-Midgarts เป็นสถานที่ที่ผู้คน พ่อค้า แม่ค้า นักผจญภัย นักเสี่ยงโชค ตลอดจนศาสนิกชนมากหน้าหลายตา ต่างหลั่งไหลกันเข้ามายังเมืองอันเปี่ยมด้วยความฝันและความหวังแห่งนี้  โดยนอกจาก Prontera จะเป็นเมืองที่คึกคัก สงบสุข และเป็นเมืองที่มีความเจริญก้าวหน้าใหญ่โตที่สุดในราชอาณาจักร Rune-Midgarts แล้ว ยังเป็นสถานที่สำหรับผู้ใฝ่ฝันจะก้าวไปในเส้นทางสายอัศวิน และการเข้ารีตทางศาสนา ที่จำต้องแวะเวียนมา ณ สถานแห่งนี้ด้วย (สถานที่เปลี่ยน Knight, Crusader, Priest) ในขณะที่ส่วนสถานที่ฝึกฝนการเป็นนักดาบ (Swordman) ได้ถูกย้ายไปอยู่ที่เมืองนักดาบที่อยู่ใกล้เคียงอย่าง Izlude ไปแทน

ภาพภายในเมือง Prontera

โครงสร้างและรายละเอียดของตัวเมือง

ตัวเมือง Prontera ประกอบไปด้วยร้านรวงและบ้านเรือนจำนวนมาก ซึ่งจากนโยบายการค้าเสรีของผู้ปกครองอย่างกษัตริย์ Tristan Gaebolg III ทำให้ Prontera เป็นศูนย์กลางทางการค้าใน  Rune-Midgarts ทำให้มีผู้คนจำนวนมาก ต่างแห่แหนกันมาจับจ่ายซื้อขายที่ตลาดกลางเมืองนี้กันอย่างคึกคัก (แม้ใน RO ภาคแรก ในบ้านเรา ศูนย์กลางการค้าจะกลายไปอยู่ที่ตลาด Morroc แทนก็ตาม) โดยที่ใจกลางเมือง จะมีน้ำพุขนาดใหญ่ถูกสร้างประดับเอาไว้ร่วมกันกับรูปปั้นของเทพ Odin ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้เป็นที่เคารพสักการะตามความเชื่อหลักในศาสนา Odin ซึ่งเมื่อถอยห่างออกไปจากศูนย์กลางดังกล่าว ก็ยังมีสิ่งปลูกสร้าง ศาสนสถานหลักของความเชื่อในศาสนา Odin ตั้งอยู่ด้วย (ที่เปลี่ยน Priest)

ศาสนสถานของเมือง Prontera
ศาสนสถานของเมือง Prontera
ศาสนสถานของเมือง Prontera

และจากนโยบายของ กษัตริย์ Tristan Gaebolg III ที่ต้องการให้ Prontera เป็นเมืองที่สงบสุข ห่างไกลจากความวุ่นวาย ความเสื่อมโทรม และเหตุอาชญากรรมทั้งปวง ทำให้แม้จะมีบาร์ ผับ ตั้งอยู่ภายในตัวเมือง แต่ร้านเหล่านั้นจะไม่มีสักร้านเลยที่จะเสิร์ฟเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ให้กับทางลูกค้า แต่ทั้งอย่างนั้น ก็ยังสามารถใช้มันเป็นที่พบปะสังสรรค์ตลอดจนหาข้อมูลข่าวสารของบรรดานักผจญภัยทั้งหลายได้  ตัวปราสาทหลักตั้งอยู่เบื้องหลังที่ส่วนปลายของตัวเมือง โดยตัวปราสาทมีการเฝ้ารักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด แต่ก็เปิดโอกาส อนุญาตให้ประชาชนคนทั่วไปสามารถเดินทางเข้าเยี่ยมชมจนถึงส่วนภายในได้ หากแต่เพราะตัวกษัตริย์มักจะติดพันธกิจยุ่งอยู่เสมอ จึงยากนักที่จะหาโอกาสเข้าเฝ้าหรือพบเจอแบบตัวเป็นๆ ได้

กษัตริย์  Tristan Gaebolg III
ภาพภายในวัง

ห่างออกไปจากตัวเมืองเองยังมีทางระบายน้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ซึ่งเพราะธรรมชาติของตัวสถานที่ที่อับชื้นและเต็มไปด้วยของเสียนี่เอง ทำให้มันได้แปรสภาพกลายเป็นรังของมอนสเตอร์และพวกแมลงอย่างพวก Thief Bug ที่สามารถแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็วไป เดือดร้อนให้ทางฝ่ายอัศวิน จำต้องหาอาสาสมัครลงไปช่วยจัดการกำจัดพวกมันอยู่อย่างเรื่อยๆ (เลยเป็น quest เป็น dungeon ให้ลุยในเกมไป) ขณะที่ส่วนรอบตัวเมือง แม้จะมีมอนสเตอร์อาศัยอยู่เหมือนกัน แต่ส่วนมากจะเป็นพวกไม่เป็นพิษเป็นภัย หรือมีภัยคุกคามอยู่ในระดับที่ต่ำ จึงทำให้พื้นที่รอบตัวเมืองค่อนข้างมีความปลอดภัยอยู่พอสมควร

 

ประวัติของเมือง Prontera ในประวัติศาสตร์

เมือง Prontera เป็นเมืองที่มีประวัติอยู่คู่กับ Rune-Midgarts มาอย่างยาวนาน ในสมัยแรกเริ่ม ในยุคสมัยแห่งทวยเทพ ตัวเมืองเคยถูก Valkyrie Himmelmez กับแม่มด Bijou บุกจู่โจม หมายจะแย่งชิงหัวใจแห่ง Ymir ที่ถูกเก็บรักษาเอาไว้ใต้ปราสาท (เนื้อเรื่องในฉบับมันฮวา) และแม้ Choas กับคนอื่นๆ จะสามารถปราบทั้งสองลงไปได้ แต่ก็ได้เสียหัวใจแห่ง Ymir ไป และตัวเมืองเอง ก็ได้รับความเสียหายไปไม่ใช่น้อย ทำให้ต้องเกิดการบูรณะตัวเมืองกันขึ้นมาใหม่ สุดท้ายก็ได้ถือกำเนิดขึ้นมาใหม่เป็นเมือง Prontera ที่มีขนาดใหญ่โตกว่าเดิม ในรูปทรงโครงสร้างแบบมุมฉาก ทอดยาวออกไปเหมือนรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า พร้อมได้อุทิศถวายเมืองให้อยู่ภายใต้ความเชื่อความคุ้มครองของเทพ Odin ดังจะเห็นได้จากการสร้างรูปปั้นของ Odin ไว้สักการบูชาที่น้ำพุใจกลางเมืองนั่นเอง ตัวเมืองได้เติบโตขยายตัวจนกลายเป็นศูนย์กลางหลักของราชอาณาจักร Rune-Midgarts ได้อย่างสมเต็มภาคภูมิ จวบจนมาถึงยังรัชสมัยของกษัตริย์ Tristan Gaebolg III อันเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับในยุคสมัยของเกม RO ตามที่เราได้เข้าไปเล่นนั่นเอง

Day of Despair (เหตุวันแห่งความสิ้นหวัง)

ต่อมาในยุคสมัยของมวลมนุษย์ หลังจากเหตุการณ์ความวิบัติครั้งใหญ่ของวันแห่งความสิ้นหวัง (เนื้อเรื่องก่อนเริ่มเกมของ RO 2) เหตุการณ์อันใหญ่ยิ่งนั้น ก็ได้ทำให้ตัวเมืองและอาณาบริเวณโดยรอบถูกทำลายลงจนแทบจะสูญสิ้นไปเสียทั้งหมดก็ว่าได้ ซึ่งภายหลังจากเหตุวิบัติ ความสูญเสียครั้งใหญ่ได้ล่วงเลยพ้นผ่านไปแล้ว ผู้คนก็ได้กลับมารวมตัวกัน และใช้ช่วงเวลาตลอดหลายปีภายหลังจากนั้น ในการก่อร่างสร้าง Prontera ขึ้นมาใหม่ จนถือกำเนิดออกมาเป็นมหานคร Prontera แห่งใหม่ในชื่อเดิม หากแต่มีเค้าโครงสร้างและลักษณะภายนอกที่แตกต่างไปจาก Prontera ในยุคก่อนหน้าไปพอสมควร  ตัวเมือง Prontera ใหม่นี้ยังคงสถานะความเป็นมหานคร ศูนย์กลางของราชอาณาจักร Rune-Midgarts และได้ถูกปกครองมาอย่างสุขสวัสดิ์เรื่อยมา จนมาถึงยังรัชสมัยของกษัตริย์ Reinhart Gaebolg อันเป็นยุคสมัยที่เนื้อเรื่องของเกม RO 2 ได้เริ่มต้นขึ้นมานั่นเอง

 

กษัตริย์ Reinhart Gaebolg

 

Prontera ใหม่ (RO 2)
Prontera ใหม่ (RO 2)

จากประวัติและรายละเอียดที่ผ่านมา เราจะเห็นได้ว่า Prontera เรียกว่าเป็นกรุงเก่า เมืองคู่บุญประจำโลกและเกมในชุด Ragnarok ชนิดที่ขาดไปเสียไม่ได้จริงๆ และเชื่อเถอะว่า ไม่ว่าจะมีเกมในชุด Ragnarok เกมใหม่ เกมไหนออกมาอีก ตราบเท่าที่ยังใช้โลกและราชอาณาจักร Rune-Midgarts นี้เป็นเวทีหลักของเรื่องอยู่ ก็คงไม่พ้น มีปรากฏเมือง Prontera เป็นศูนย์กลางหลักของการผจญภัยอีกเป็นแน่