FFVI ค่ายเกม Square Enix เกม Final Fantasy เกม RPG

จากนรกสู่สวรรค์ บอสใหญ่ FF VI กับที่มาอันไม่ธรรมดา

Home / เกม Console, เกม online / จากนรกสู่สวรรค์ บอสใหญ่ FF VI กับที่มาอันไม่ธรรมดา

บอสใหญ่ หรือ บอสตัวสุดท้าย ก็จัดเป็นความท้าทายครั้งสุดท้ายที่ปรากฏให้เราได้สู้ เผชิญ ตัดสิน ตามเกมต่างๆ ซึ่งส่วนมาก บอสใหญ่ มักจะมาพร้อมกับรูปร่างอันไม่ธรรมดา มีรูปลักษณ์ที่แสดงออกถึงความร้ายกาจหรือความท้าทายอันเป็นที่สุด และถ้าไม่มีหลายร่าง (ตามสูตรสำเร็จ) แล้ว ก็อาจจำต้องสู้หลากรอบ หลายครั้ง และมักลงเอยด้วยการเป็นศึกอันยากลำบากและยาวนาน ให้สมกับเป็นศึกสุดท้าย ก่อนจะพบกับฉากจบของเกมอันสวยงาม บอสใหญ่ในเกมชุด FF (Final Fantasy) เอง ก็เป็นที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องดีไซน์ การออกแบบ และความอลังการงานสร้างของบอสตัวสุดท้ายมาแต่ช้านาน โดยเฉพาะกับใน FF VI ที่บอกได้เลยว่า ใครเล่นทันในยุคนั้น แล้วเจอศึกสุดท้ายเป็นครั้งแรก ต่างก็ต้องออกอาการอึ้งไปตามๆ กัน กับดีไซน์บอสสุดแปลกล้ำพิสดาร และในขณะเดียวกัน ก็ให้ความรู้สึกตื่นตาตื่นใจ แบบอลังงานสร้างกันแบบสุดๆ ชนิดที่ว่า “คิดดีไซน์ออกแบบมาแบบนี้ได้ไงเนี่ย ?”

Divine Comedy Dante FFVI Final Boss Kefka Final Fantasy VI

และแม้เราจะรู้สึกประทับใจไปกับความอลังของตัวบอสที่ปรากฏออกมา แต่รู้กันหรือไม่ว่า ดีไซน์ดังกล่าวไม่ได้ถูกจับยัดใส่เข้ามาแบบสุ่มๆ หากแต่มีความหมายแฝงซ่อนเร้นเอาไว้อย่างแนบเนียน และสื่อเข้ากับตัวเกมได้อย่างยิ่งยวด ชนิดขนาดเกมผ่านมาเกินกว่า 20 ปีแล้ว หลายคนที่อาจพึ่งรู้ที่มา ก็ยังอดที่จะทึ่งไปกับมันไม่ได้ ซึ่งความสอดคล้องและที่มาที่ไปของตัวบอสในช่วงสุดท้ายนั้น มีที่มาจากไหน และสามารถตีความ ถอดความออกมาได้อย่างไรนั้น เราก็คงต้องมาไล่แจกแจงดูกัน

 

 

เทวรูปเทวากับการตีความสวรรค์ นรก แดนชำระ

Divine Comedy Dante FFVI Final Boss Kefka Final Fantasy VI

Divine Comedy Dante FFVI Final Boss Kefka Final Fantasy VI

เทวรูปแห่งเทวา (神々の像) เป็นชื่อสำหรับใช้เรียกบอสในช่วงสุดท้ายของ FFVI ที่เราจำต้องสู้กับบอสไปเรื่อยๆ และค่อยๆ ผ่านขึ้นไปทีละระดับชั้น โดยในแต่ละชั้น ก็มีส่วนของเทวรูปเชื่อมต่อถึงกัน และมีส่วนต่างๆ ของเทวรูป ปรากฏเป็นบอสให้เราได้ต่อสู้ด้วย โดยรูปลักษณ์ที่ปรากฏของตัวเทวรูป ได้ทำการถอดแบบมาจากผลงานกวีนิพนธ์เรื่อง Divine Comedy จากในช่วงศตวรรษที่ 14  โดยเป็นเรื่องราวการท่องไปยังโลกหน้าของ ดันเต้ (Dante) ที่ได้ไปเยือนถึงสวรรค์ นรก จรดแดนผู้ตาย ซึ่งในแต่ละชั้นของเทวรูปแห่งเทวา ก็ได้จำลองแต่ละฉากมาจากเรื่องดังกล่าว ตามลำดับดังนี้

Divine Comedy Dante
‘Dante and the Divine Comedy’ (The Comedy Illuminating Florence), 1464-1465. From the Basilica of Santa Maria del Fiore, Florence

 

นรก (Hell)

ส่วนแรกสุดของการต่อสู้ เป็นการเผชิญหน้ากับส่วนล่างสุดของเทวรูปที่แลดูเหมือนปีศาจขนาดใหญ่ ที่ประกอบไปด้วยส่วนร่างกาย 3 ส่วน คือส่วน ใบหน้า (Visage) (かお) และส่วนแขนทั้งสองข้าง คือ Long Arm (ながいうで) และ Short Arm (みじかいうで)

ส่วนแรกสุดนี้สื่อจำลองถึงแดนนรก ใน Divine Comedy ทั้งจากการที่อยู่ส่วนใต้ลึกสุด ถูกปกคลุมด้วยหมอกจากความเย็นยะเยือกของขุมนรกเยือกแข็ง และตัวเทวรูป ที่หาใช่ใครอื่นใดไม่นอกจากซาตาน หรือ Lucifer จ้าวนรกนั่นเอง

ซึ่งเมื่อเราเทียบดีไซน์ของตัวเทวรูปกับรูปลักษณ์ของซาตานที่ปรากฏใน Divine Comedy แล้ว เราจะเห็นความสอดคล้องทางลักษณะรูปร่างหลายประการ ทั้งขนาดความใหญ่ของร่างกาย ส่วนปีกที่ปรากฏ ไปจนถึงส่วนร่างกายอีกครึ่งที่จมอยู่เบื้องล่างของนรก ที่สำคัญส่วนใบหน้าในเกมมีจุดอ่อนแพ้ธาตุไฟด้วย ซึ่งก็สอดคล้องกับเหตุผลว่า ที่นั่นเป็นแดนนรกเยือกแข็งที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งและความหนาวเย็น จึงอ่อนต่อธาตุไฟตามหลักการนั่นเอง

Lucifer Divine Comedy Dante FFVI Final Boss Kefka Final Fantasy VI

Divine Comedy Dante FFVI Final Boss Kefka Final Fantasy VIDivine Comedy Dante FFVI Final Boss Kefka Final Fantasy VIDivine Comedy Dante FFVI Final Boss Kefka Final Fantasy VI

Divine Comedy Dante FFVI Final Boss Kefka Final Fantasy VI
เทวรูปแห่งเทวา ส่วนแรก ที่สื่อแทนถึงนรก
ภาพวาดถอดความ และภาพประกอบจาก  Divine Comedy, FFVI (ios),
FFVI (SFC)
และ FFRK (Final Fantasy Record Keeper)

 

 

แดนชำระ (Purgatory)

ส่วนที่ 2 หรือส่วนกลางของเทวรูป เป็นเสมือนเสาหอคอยที่มีร่างต่างๆ มากมายประกบติดอยู่ โดยในชั้นนี้ มีส่วนของบอสประกอบอยู่ด้วยกัน 4 ส่วน อันได้แก่ เสือ (Tiger) (とら), มนตรา (Magic) (まほう), จักรกล (Machine) (きかい) และ พลัง (Power) (なぐる)

สำหรับแดนชำระนั้น จัดเป็นดินแดนของผู้ที่ไม่ได้ประกอบบาปหนาจนถึงขั้นตกนรก แต่ก็ยังไม่สะอาดบริสุทธิ์ดีงาม หรือมีศรัทธาแรงกล้าพอจนสามารถเข้าสวรรค์ได้ ซึ่งใน Divine Comedy ได้บรรยายถึงดินแดนดังกล่าวว่า เป็นภูเขาที่ทอดยาวขึ้นสูงไปถึงเบื้องบน และมีร่างของผู้คนมากมาย ที่ทั้งออกเดินและไปหยุดติดอยู่ตามชั้นต่างๆ ในดินแดนแห่งนี้ (ไม่ได้ถึงกับตกไปนรกเบื้องล่าง แต่ก็ยังปีนป่ายมุ่งหน้าไม่ถึงสวรรค์เบื้องบน ?)

โดยใน Divine Comedy ได้บรรยายถึงสภาพการที่แดนชำระถูกแปดเปื้อนไปด้วยน้ำมือของมนุษย์ และสิ่งที่มาจากโลกจากน้ำมือของมนุษย์ จนทำให้ดินแดนดังกล่าวมีสภาพเปลี่ยนแปลงไปจากที่เคยเป็นมา ซึ่งในเกมก็ได้ถอดออกมาในรูปลักษณ์ที่ใกล้เคียงกัน พร้อมสื่อถึงขุมพลังอำนาจ 4 ประการของโลก ที่เป็นเครื่องท้าทาย และทำให้เบนออกห่างไปจากสวรรค์ โดยได้ทำการถ่ายทอดสื่อออกมาผ่านส่วนของบอสทั้ง 4 ในชั้นนี้ อันได้แก่ พลัง (ขุมพลัง อำนาจ การแก่งแย่งชิงดีเป็นใหญ่) จักรกล (นวัตกรรม ความก้าวหน้า ความเจริญทางวัตถุของมนุษย์) มนตรา (อาคม คุณไสย ความเชื่อหลงผิดงมงาย) และ เสือ (ความรุนแรง ป่าเถื่อน การทำลาย) นั่นเอง

Divine Comedy Dante FFVI Final Boss Kefka Final Fantasy VI Divine Comedy Dante FFVI Final Boss Kefka Final Fantasy VI Divine Comedy Dante FFVI Final Boss Kefka Final Fantasy VI

Divine Comedy Dante FFVI Final Boss Kefka Final Fantasy VI

เทวรูปแห่งเทวา ส่วนที่สอง ที่สื่อแทนถึงแดนชำระ
ภาพวาดถอดความ และภาพประกอบจาก  Divine Comedy, FFVI (ios),
FFVI (SFC)
และ FFRK

 

 

สวรรค์ (Heaven)

ส่วนชั้นที่ 3 ส่วนชั้นบนสุดของเทวรูปประกอบไปด้วยบอส 2 ส่วนอันได้แก่ มาเรีย (Lady) (まりあ) กับ หลับใหล (Rest) (ねむり)โดยส่วนผู้หลับใหลถูกแสดงผ่านร่างของชายผู้หลับใหลนอนอยู่ และส่วนมาเรีย หรือสุภาพสตรี แสดงเป็นส่วนศีรษะของสตรีปรากฏลอยอยู่เบื้องหลัง

ส่วนชั้นนี้แสดงสื่อถึงชั้นสวรรค์และความศักดิ์สิทธิ์ โดยได้ทำจำลองภาพมาจากรูปปั้น ปีเอตะ (Pietà) ของศิลปิน ไมเคิล แองเจโล (Michelangelo) จากในช่วงศตวรรษที่ 15  โดยเป็นรูปปั้นที่ได้ทำจำลองถึงฉากเหตุการณ์ ที่พระแม่มารีย์อุ้มพระเยซูหลังถูกเชิญลงจากไม้กางเขนเอาไว้ในอ้อมพระหัตถ์ของพระนาง ซึ่งในชั้นนี้ ทำสื่อแทนถึงนักบุญและบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่สถิตอยู่ ณ แดนสวรรค์ โดยทั้งภาพลักษณ์บรรยากาศที่ปรากฏก็ดี และบทเพลง เสียงของออร์แกนที่ใช้ประกอบในส่วนชั้นนี้ก็ดี (ที่ฟังดูใกล้เคียงกับท่อนหนึ่งของบทเพลง Toccata and Fugue in D minor ของ Johann Sebastian Bach มาก)ต่างสื่อให้รู้สึกถึงอารมณ์ทางศาสนาและความศักดิ์สิทธิ์ และได้ถ่ายทอดความเป็นสวรรค์ออกมาได้อย่างลงตัวยิ่ง

ส่วนบอสทั้งสองส่วนคือ มาเรีย และ หลับใหล นั้น ถ้าถอดความตามตำแหน่งของรูปปั้นปีเอตะจะกลายเป็นว่า คือพระแม่มารีย์ กับ พระเยซู ซึ่งการใช้ตรงๆ แบบนั้นจะมีปัญหาอย่างแน่นอน ในเกมเลยต้องมีการเปลี่ยนชื่อไม่ให้เป็นชื่อตรงๆ ไป รวมถึงส่วนของชื่อมาเรียในส่วนหลัง ที่ในฉบับภาษาอังกฤษให้ใช้เรียกเป็น Lady หรือ สุภาพสตรีที่ไม่สื่อถึงแบบตรงๆ ออกมาแทน

Divine Comedy Dante FFVI Final Boss Kefka Final Fantasy VIDivine Comedy Dante FFVI Final Boss Kefka Final Fantasy VI Divine Comedy Dante FFVI Final Boss Kefka Final Fantasy VI

Divine Comedy Dante FFVI Final Boss Kefka Final Fantasy VI

เทวรูปแห่งเทวา ส่วนที่สาม ที่สื่อแทนถึงสวรรค์
รูปปั้น ปีเอตะ (Pietà) ของศิลปิน ไมเคิล แองเจโล (Michelangelo)
และภาพประกอบจาก  FFVI (ios),  FFVI (SFC) และ FFRK

 

 

สวรรค์ (Heaven) และ พระเจ้า (God) ?

หลังจากเอาชนะส่วนเทวรูปทั้ง 3 ชั้นได้จนหมดแล้ว เราจะได้ขึ้นไปยังส่วนท้องฟ้าสีทองส่องอำไพเบื้องบน พร้อมเผชิญหน้ากับบอสใหญ่ตัวสุดท้าย คือ เคฟก้า (Kefka) ที่มีรูปลักษณ์ปรากฏออกมาเยี่ยงเทพเจ้า เยี่ยงทูตสวรรค์อันศักดิ์สิทธิ์

ซึ่งในตอนท้ายของ Divine Comedy นั้น ดันเต้ได้ไปขึ้นไปเฝ้าพระเจ้าบนสวรรค์ และได้รับการตรัสสอนถึงเรื่องความดีงามและคุณค่าของชีวิตกลับมา ในขณะที่ใน FFVI ได้จำลองทำออกมาในแบบที่ตรงกันข้ามกัน คือใช้เคฟก้าที่กลายเป็นเทพแทนพระเจ้า กล่าวตรงกันข้ามถึงความไร้คุณค่าของชีวิต การดำรงอยู่ และการทำลายทุกอย่างเสียให้สิ้น สื่อถึงความเป็นเทพเจ้า ที่แม้จะได้อำนาจเทวภาพและอยู่ในชั้นฟ้าสวรรค์จริง ก็หาใช่พระเจ้าจริงๆ ไม่

ซึ่งก็สอดคล้องกับท่าโจมตีแต่ละอย่างที่เคฟก้าใช้ โดยเฉพาะท่าเทวดาไร้ใจ (Heartless Angel) ที่สื่อถึงความเป็นเทวดาตกสวรรค์ เทพเจ้าผู้ชั่วร้าย ไม่สมบูรณ์แบบได้อย่างดี ที่สำคัญรูปลักษณ์ร่างเทพของเคฟก้าที่ปรากฏออกมา ยังถูกถอดออกแบบมาเป็นร่างของทูตสวรรค์ ที่มีทั้งปีกแบบขนนกและค้างคาว ซึ่งก็เหมือนเป็นการสื่อถึงเทวดาตกสวรรค์ ที่แม้จะมีเทวภาพในฐานะทูตสวรรค์ แต่ก็ร่วงหล่น ตกสวรรค์ จนมีภาพลักษณ์ของความชั่วร้ายมาปรากฏรวมอยู่ด้วยนั่นเอง

Divine Comedy Dante FFVI Final Boss Kefka Final Fantasy VI

Divine Comedy Dante FFVI Final Boss Kefka Final Fantasy VI

Divine Comedy Dante FFVI Final Boss Kefka Final Fantasy VI

Divine Comedy Dante FFVI Final Boss Kefka Final Fantasy VI

ส่วนสวรรค์ กับการเผชิญหน้ากับ Kefka
ภาพวาดถอดความ และภาพประกอบจาก  Divine Comedy, FFVI (ios),
FFVI (SFC)
และ FFRK

 

นอกจากนี้ ถ้าเราลองสังเกตแต่ละส่วนของบอสทั้งหมดของเทวรูปแห่งเทวาให้ดี เราจะพบว่า มีหลายๆ ส่วน ที่มีรูปลักษณ์ใกล้เคียงกับตัวเคฟก้าด้วย เช่นในส่วน พลัง ของชั้นแดนชำระ และส่วน หลับใหล ของชั้นสวรรค์ ซึ่งก็น่าจะเป็นการสื่อถึงตัวเคฟก้าเอง ที่ได้แสวงหาพลังอำนาจจนก้าวข้ามผ่านความเป็นมนุษย์จากสภาพในแดนชำระ ตายตกสู่ความเป็นมนุษย์เดิม ในฐานะผู้หลับใหล แล้วจากนั้น จึงได้แปรสภาพกลายเป็นเทพจากชั้นสวรรค์ไปนั่นเอง

 

Divine Comedy Dante FFVI Final Boss Kefka Final Fantasy VIKefka (Dissidia Final Fantasy)

 

 

ซึ่งก็เรียกได้ว่า เป็นบอสที่มีเรื่องราว การออกแบบ สื่อ และถ่ายทอดมาได้อย่างมีความน่าสนใจมากๆ เป็นบอสที่สมัยก่อน เราเล่นไปอาจไม่คิดอะไรมาก นอกจากเห็นว่าเป็นบอสที่มีดีไซน์อลังแปลกตาดี แล้วก็ตีให้ชนะๆ จบไป แต่แท้จริงแล้ว เบื้องหลังนี่มีที่มาที่ไปอย่างลึก อย่างคิดเยอะมากจริงๆ

 

Divine Comedy Dante FFVI Final Boss Kefka Final Fantasy VI

Divine Comedy Dante FFVI Final Boss Kefka Final Fantasy VI

เทวรูปแห่งเทวา และ Kefka (FFXIV)

 

 

รีวิวเกมเก่า FINAL FANTASY VI ครบรอบ 25 ปีแล้วนะ

6 อันดับ FINAL FANTASY ภาคเก่าที่เราจะได้เล่นในปี 2019 บนเครื่องต่างๆ