Review: Need for Speed: The Run ซิ่งระห่ำมาราธอน

เกม / Reviews,เกม online / Review: Need for Speed: The Run ซิ่งระห่ำมาราธอน

พบกับเกม Need for Speed: The Run ซิ่งระห่ำมาราธอน บน PC,Xbox 360 และ PS3

Mthai Game ให้ 3/5 คะแนน

เกม Need for Speed: The Run เป็นเกมแข่งรถแนวใหม่ พัฒนาโดย EA Black Box เกมภาคนี้นำเสนอการเล่นแนวใหม่ที่ตื่นเต้นมากขึ้น ทั้งการขับรถที่ต้องตรึงตาตรึงใจตื่นเต้นเกือบตลอดทั้งเกม และมีจุดเด่นการใช้เอนจิ้น Frostbite 2 ที่ใช้ตัวเดียวกับเกม Battlefield 3 ด้วย

เกม Need for Speed: The Run กล่าวถึง Jackson “Jack” Rourke ตัวละครเอกของเกม หลังเกือบถูกองค์กรลับสังหาร แต่โชคดีที่หนีออกจากลานประหารในโรงงานสุสานรถได้ และเขาจะต้องเข้าร่วมการแข่งขันขับรถมาราธอนที่มีเงินรางวัลถึง 25 ล้านดอลล่าร์ โดยขับรถตั้งแต่เมืองซานฟรานซิสโกจนถึงนิวยอร์ค ระหว่างนี้เขาจะต้องแข่งรถเพื่อไต่อันดับ 1 ให้เร็วที่สุดและหลบหนีจากการจับกุมจากตำรวจที่เริ่มตั้งแต่หน่วยจราจร จนถึงแห่มาทั้งโรงพัก ด้านเนื้อเรื่องเกมถือว่าจัดทำพล็อตเนื้อเรื่องได้ดี มันทำให้ผู้เล่นติดตามเนื้อหาตั้งแต่ต้นจนจบ แต่เสียตรงที่สอบตกการนำเสนอที่ตัดเนื้อเรื่องไปมาไม่ปะติดปะต่อกัน ทำให้อารมณ์ที่ตื่นเต้น กลับวูบลงในเนื้อหาตอนถัดมา

ด้านการแข่งรถเกม Need for Speed: The Run ให้ผู้เล่นขึ้นแซงรถคู่แข่งให้อยู่อันดับที่ 1 เพื่อเข้าเส้นชัย, ทำเวลาให้ทันเวลาก่อนเข้าเส้นชัย, หลบหนีตำรวจและขึ้นแซงคู่แข่งเป็นคู่ขนาน และซิ่งแข่งคู่แข่งตัวเต็ง ที่น่าสนใจคือ ระหว่างการแข่งจะมีอุปกสรรคทั้งแวดล้อมที่เกิดขึ้นธรรมชาติ อาทิ ภูเขาหิมะถล่มลงมาต่อหน้าต่อตา, ตำรวจแห่ทั้งโรงพักเพื่อดักจับและชนรถผู้เล่น ในเวลาที่ขับพลาดหรือขับรถตกเหว ระบบจะทำการย้อนเวลากลับไปยังจุด Checkpoint เพื่อแก้ตัวใหม่ โดยมีจำนวนการแก้ตัวที่จำกัด ด้านกลไกการขับรถและการเร่งไนโตร ยังใช้ระบบเกมจากเกม Burnout มาใช้งานด้วย สำหรับรถยนต์ในเกมมีให้เลือกขับจากหลายแบรนด์ดังมากมาย โดยจะต้องหาปั้มน้ำมันตามเส้นทางเพื่อจอดรถ พร้อมกับเลือกสีรถยนต์,โครงรถยนต์ตามผู้เล่นชื่นชอบ

ด้านกราฟิกเกม Need for Speed: The Run ที่ใช้เอนจิ้น Frostbite 2 ในการพัฒนา ปรากฎว่า ยังงัดประสิทธิภาพและศักยภาพของเอนจิ้นตัวนี้ไม่เต็มที่ ทำให้ผู้เล่นเห็นเพียงแค่กราฟิกเกมที่ดูเสมือนจริงผสมผสานกับการออกแบบฉากเกมให้ดูสวยงามเป็นจุดเด่นเท่านั้น ด้านระบบเสียงยังไม่สามารถกระหึ่มพอ แสดงระบบฟิสิกส์ของเกมได้ไม่เต็มที่ และความท้าทายของเกมด้วยระบบ AI ก็ไม่แสดงให้เห็นให้ชัดเจน หากกำหนดตำแหน่งไว้เสร็จสรรพ และให้ผู้เล่นอาศัยขับความเร็วสูงสุดเพื่อช่วงชิงอันดับ 1 เท่านั้น

ด้านระบบมัลติเพลเยอร์ ยังใช้ระบบ Autolog อันเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์กึ่งเครือข่ายสังคม สามารถเรียกเพื่อนๆมาแข่งรถด้วยกัน จากสนามแข่งที่ปลดล๊อคจากโหมดเนื้อเรื่อง และท้าทายผู้เล่นด้วยการนำเวลาการแข่งมาแปะบนข้อความเพื่อท้าขับให้เร็วที่สุด และระบบนี้ยังมีการเก็บเลเวลทั้งในโหมดผู้เล่นคนเดียวและมัลติเพลเยอร์อีกด้วย

เกม Need for Speed: The Run ได้จัดทำเกมด้วยเนื้อเรื่องที่ทำให้ผู้เล่นตื่นเต้นขณะการเล่นเกมแต่กลับสอบตกการทำเนื้อเรื่องที่ไม่ปะติดปะต่อ ราวกับดูเนื้อเรื่องเป็นตอนๆไม่ต่อเนื่อง ไม่มีที่มาที่ไปในเชิงเหตุผลของเนื้อเรื่อง และการวางประเด็นว่าด้วยการขับรถมาราธอนก็ยิ่งไม่ให้รู้สึกคล้อยตามเข้าไปอีก เพราะมันถูกล๊อคพล็อตเรื่องไว้อย่างเสร็จสรรพ ทำให้รู้ว่าตอนจบจะเป็นอย่างไร ยิ่งไปกว่านั้น การชูเอนจิ้น Frostbite 2 ก็ยิ่งทำให้เสียเครดิตขึ้นไปอีก เพราะงัดประสิทธิภาพการใช้งานอย่างไม่เต็มที่ ทำให้องค์ประกอบโดยรวม เหมือนกับเกมทั่วๆไปที่มีภาพสวยๆกราฟิกสวยๆ ไม่ได้แสดงลูกเล่นเต็มที่เหมือนกับเกม Battlefield 3 เลย