สัมภาษณ์พิเศษ kyxy สมาชิกทีม TITAN เกมส์ DOTA 2 น่าจับตามอง

เกม / เกม online / สัมภาษณ์พิเศษ kyxy สมาชิกทีม TITAN เกมส์ DOTA 2 น่าจับตามอง

เว็บไซต์ MThai Game (game.mthai.com) ได้มีโอกาสสัมภาษณ์กับสมาชิกจากทีม TITAN ทีมแข่งเกมส์ DOTA 2 อย่าง Kyxy (facebook.com/likekyxy) หรือ Lee Kang Yang ที่อดีตเคยร่วมทีมแข่งเกมส์อย่าง MUFC และ Orange E-Sport และเป็นคนๆหนึ่งที่อยู่ในแวดวงการแข่งขันเกมส์ยาวนานมาก และเป็นโอกาสพิเศษที่ได้สัมภาษณ์สมาชิกแข่งเกมส์ Dota 2 ต่างประเทศเป็นคนที่สอง ต่อจาก Mushi ที่เคยสัมภาษณ์เมื่อปี 2556 หลังจบการแข่งขัน The Internationl 3 ที่ผ่านมา

kyxy-titan-dota2

เราตั้งใจพูดคุยกับ Lee แบบไม่เป็นทางการ เพื่อไม่ให้ตึงเครียดในยามที่อยู่สถานะ “พักการแข่งขันชั่วคราว” หลังผ่านศึกการแข่งขันเกมส์ระดับโลกเมื่อเดือนกรกฎาคม 2014 เขาเปิดเผยว่า เขาเดินทางมาไทย “แบบเงียบๆ” มาหลายครั้งมาก อยากเที่ยวในสถานที่ๆยังไม่เคยได้ไป แต่ด้วยที่มายังประเทศนี้หลายครั้ง เขาก็พยายามฝึกพูดและฟังภาษาไทยให้เข้าใจ เราได้นั่งพูดคุยอย่างสบายๆ สอบถามตั้งแต่จุดเริ่มต้นแข่งเกมส์ การเข้าร่วมแข่งขันเกมส์ Dota 2 รายการ The International สถานการณ์แวดวงนักแข่งเกมส์ ตลอดจนอนาคตและทิศทางชีวิตต่างๆ

Lee เล่าให้ฟังว่า ตนเริ่มแข่งขันเกมส์ Dota ครั้งแรกเมื่อตอนอายุ 14 ปี ตอนนั้นได้รับการชักชวนระหว่างผู้เล่นภายในร้านอินเตอร์เน็ตด้วยนั้น ซึ่งตอนนั้นเคยได้เงินราวัลครั้งแรกเพียง 100 ริงกิตมาเลเซีย (ราว 1,000 บาท) จากนั้น ตนก็เริ่มจริงจังในการแข่งขันเกมส์ Dota และมีรายได้เสริมจากการเล่นเกมส์เรื่อยๆ พอเมื่อเกมส์ Dota 2 เปิดตัวเป็นทางการ ตนก็ได้มีโอกาสได้รับชักชวนจากผู้จัดการทีม MUFC โดยสังเกตจากฝีมือการแข่งขันเกมส์มาโดยตลอด และเป็นครั้งแรกที่ได้แข่งขันเกมส์ภาคล่าสุดในรายการระดับโลกอย่าง The International 2011

Lee กล่าวต่อว่า การแข่งขันเกมส์ Dota 2 รายการ The International 2011 ถือว่าเป็นประสบการณ์ครั้งแรกที่ได้สัมผัสกับทีมผู้เล่นระดับโลก เพราะตลอดที่ผ่านมาจะแข่งขันผู้เล่นภายในประเทศและผู้เล่นในภูมิภาคเท่านั้น อย่างไรก็ดีที่ ตนและสมาชิกทีมก็มีโอกาสสัมผัสเกมส์ Dota 2 เป็นกลุ่มแรกๆเพื่อทำความเข้าใจกับระบบและซักซ้อมการเล่นเกมส์ภายในต้วระหว่างผู้เล่นจากทั่วโลกบนออนไลน์ด้วย เขายอมรับว่า ตอนที่แข่งขันระดับโลกถือว่าค่อนข้าง”เกร็ง” มากๆ และเราไม่รู้แนวทางการเล่นเพิ่มเติมเลยว่าจะมีการปรับเปลี่ยนอย่างที่เคยซ้อมบนออนไลน์หรือไม่ และผลงานครั้งนั้นถือว่าทำออกมาค่อนข้างแย่ เพราะแพ้ในการคัดเลือกกลุ่มสาย ต้องตกลงมาแข่งกับสายทีมแพ้ และพ่ายแพ้กับทีมจากโปรตุเกสไป อย่างไรก็ดีที่ มันทำให้เรากลับมามองโลกในแง่บวกว่า เป็นการมอบประสบการณ์การแข่งขันและสภาพจิตใจของทีม


สมาชิกทีม TITAN

Lee เล่าต่อว่า ถึงแม้จะพลาดจากการแข่งขันเกมส์ Dota 2 ในปีที่สอง แต่ในการแข่งขันปีที่สาม ก็เป็นปีทองสำหรับตนและทีม เพราะค่อนข้างมั่นใจในการแข่งขันหลายๆปัจจัย สืบเนื่องจากการเก็บประสบการณ์การแข่งขันเกมส์ระหว่างผู้เล่นมากขึ้น มีการแข่งขันกับทีมจีนและทีมภูมิภาค ภายใต้ทีม MUFC และ Orange.ESport ซึ่งเป็นทีมสังกัดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศมาเลเซีย และนั่นก็สร้างความมั่นใจให้กับทีมมากขึ้นเช่นกัน

จากการแข่งขันในครั้งนั้น ถือว่าทำผลงานได้ดีและค่อนข้างเฉียดฉิว เนื่องจากติดกลุ่มสายผู้ชนะของ 8 ทีม ถึงแม้จะแข่งแพ้กับทีม Natus Vincere หรือ Na’Vi ดีกรีทีมแชมป์ Dota 2 ในสายทีมชนะไป แต่ก็ได้ประสบการณ์หลายอย่างและง่ายต่อการรับมือกับทีมอื่นๆในสายแพ้ จนกลับมาแข่งกับทีม Na’Vi อีกครั้งในรอบก่อนชิงชนะเลิศ เขายังเปิดเผยด้วยว่า เรื่องอันดับการแข่งขันถือว่าไม่สำคัญกับทีมต่อไปแล้ว แต่หากเรื่องเงินต่างหากที่การันตีแน่นอนว่าจะได้เงินกลับบ้านไป แม้จะพ่ายแพ้ทีมดังกล่าวอีกครั้ง แต่ก็ได้เงินจำนวนราว 2.9 แสนดอลล่าร์ (ราว 870,000 บาท) กลับ เมื่อเราถามต่อว่า ถ้าวันนั้นสามารถเอาชนะทีม Na’Vi ไปได้ จะมีโอกาสชนะกับทีม Alliance จากสวีเดนในรอบชิงชนะเลิศหรือไม่ Lee กล่าวเพียงสั้นๆว่า “มีโอกาสสูง”

หลังจากที่ตนและทีมกลับจากการแข่งขัน สื่อวิดีโอเกมส์และสื่อแทบทุกแขนงต่างนำเสนอข่าวทีมของตน แถมถูกยกย่องว่าเป็นทีมแข่งเกมส์ในประเทศและภูมิภาคแรกที่ประสบความสำเร็จจากการแข่งขันเกมส์ และจุดสูงสุดในช่วงเวลานั้นคือ รัฐมนตรีด้านเยาวชนและการกีฬาถึง กับเทียบเชิญผู้จัดการและสมาชิกทุกคนเข้าพบและพูดคุยด้วยกัน โดยรายละเอียดคร่าวๆตอนนั้นคือ เขาได้ยกย่องพวกเราถึงการใช้เวลาเล่นเกมส์อย่างมีประโยชน์ สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ อย่างไรก็ตาม ตนก็คาดหวัง จนถึงบัดนี้้ว่า ว่าทางรัฐบาลน่าจะสนับสนุนในแวดวงให้เต็มที่

Lee ยังเล่าถึงเหตุการณ์ที่ Mushi (Chai Yee Fung) ที่ขอออกจากทีมด้วยสาเหตุต้องการพัฒนาตัวเองไปยังการแข่งขันเกมส์ในประเทศจีน ซึ่งตนและทีมต่างรับทราบกันอยู่แล้วว่า ทีมสังกัด DK เข้ามาคุยกับ Mushi เป็นการส่วนตัว และไม่ได้ทะเลาะอะไรและจากกันด้วยดี เขายังระบุด้วยว่า Mushi ถือว่าเป็นนักเล่นเกมส์ที่”จริงจัง”มาก ยกตัวอย่างครั้งหนึ่งที่ XtiNcT (Joel Chan Zhan Leong) หัวหน้าทีม จะทำการเลือกฮีโร่ก่อนการแข่งขัน Mushi ถึงกับแย้งความเห็นจนทำให้ต้องมาจัดฮีโร่เอง และนำพาทีมเอาชนะไปได้ รวมถึงเป็นคนที่พยายามกระตุ้นพวกเราให้ตื่นตัวการแข่งขันตลอด และตนมองว่าคนๆนี้จะสามารถนำพาทีมไปสู่เข้ารอบลึกในการแข่งขันได้ จนในที่สุด ทางทีมก็ตัดสินใจย้ายไปอยู่ทีมใหม่ที่ชื่อว่า Titan และยังคงสร้างผลงานการแข่งขันอย่างคงเส้นคงวา

เขายังได้เล่าต่อว่า หลังจากที่ได้รับเชิญการแข่งขัน Dota 2 รายการ The International 4 ตนและสมาชิกรู้สึกเป็นเกียรติอีกครั้งที่ได้รับการแข่งระดับโลก ทำให้มีการฝึกซ้อมและสังเกตการณ์ทีมอื่นๆก่อนการแข่งขันตลอด ทว่า มีความเป็นห่วงอยู่ประเด็นเดียวคือ ทีมที่เข้ารอบการแข่งขันและทีมที่รับเชิญ มีทีมจากประเทศจีนถึง 5 ทีม และพวกเขาก็จะจับกลุ่มรวมหัวกำหนดแผนการเล่นต่างๆ ทำให้เกิดข้อเสียเปรียบของทีมอื่นๆที่เข้าร่วมแข่งขัน ตนเชื่อว่า หากทีมอื่นๆหรือทีมเราจะไปซ้อมแข่งกับทีมจากจีนแล้ว ก็มีโอกาสสูงที่แผนการเล่นอาจหลุดและแก้เกมส์ได้โดยง่าย อย่างไรก็ตาม พวกตนก็สังเกตการณ์ทีมตัวเต็งในการแข่งขันต่างๆไม่น้อยเช่นกัน

ระหว่างที่แข่งขันในรอบคัดเลือก พบว่าเหนือความคาดหมายหลายๆอย่าง ทีมที่คิดว่าไม่ชนะกลับชนะ ส่วนทีมที่คิดว่าจะชนะ ดันแพ้ไปอย่างง่ายๆ อย่างไรก็ตาม ทีม Titan ก็ผ่านด่านรอบคัดเลือกแบบ 10 ทีมสุดท้ายได้ พอเมื่อแข่งขันกับทีม Newbee จากจีน เดิมคิดว่าจะสามารถรับมือและฝ่าฟัน แต่ก็กลับไม่เป็นอย่างที่คิดไว้ เพราะกลยุทธการเล่นทีมนี้ถือว่าแข็งและจริงจังมาก ขณะที่เราก็พลาดท่าไปบางส่วนเช่นกัน ทำให้ต้องแพ้ไป อย่างไรก็ตาม ตนก็คิดเสมอว่า ถ้าแข่งแล้วได้เงิน ตนและทีมก็รู้สึกสบายใจแล้ว พอเมื่อถามกลับว่า ถ้าวันนั้นเอาชนะทีม Newbee ได้ ทีม Titan จะอยู่ในสถานการณ์แบบใด Lee กล่าวว่า ถ้าเอาชนะทีม Newbee ได้ ก็จะล้มทีม Na’Vi ในวันนั้นได้เช่นกัน เพราะว่าศักยภาพทีมแข่งปีนี้ถือว่าดรอปลงมาก เพราะสมาชิกบางคนมีภาระส่วนตัว แต่สำหรับทีม Invictus Gaming จากจีน ก็ค่อนข้างรับมือยากหน่อย และตนเชื่อว่าเอาทีมแชมป์เก่าได้ ก็มีโอกาสสูงเข้ารอบลึกและอาจเป็นแชมป์ในปีนี้เช่นกัน

ทั้งหมดทั้งมวลแล้ว การแข่งขันเกมส์ระดับโลก ถือเป็นงานเลี้ยงครั้งใหญ่งานหนึ่งที่พบปะสมาชิกผู้เล่นด้วยกัน ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบในปีที่ผ่านมาว่าทำอะไรไปบ้าง พวกเราไม่ได้มองว่าเป็นการแข่งขันที่มาห้ำหั่นเอาชัยชนะกันขนาดนั้น ในเมื่อพวกเราแพ้การแข่งขัน เราก็ยังพูดคุยกับทีมอื่นๆเสมือนเพื่อนเหมือนเดิม ไม่มีข้อขัดแย้งใดๆ แต่สิ่งที่ตนประทับใจเล็กๆอย่างหนึ่งสำหรับทีม Arrow Gaming ที่เป็นตัวแทนในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นครั้งแรกที่มาแข่งขันระดับโลก ถึงแม้ว่าทีมนี้จะแพ้แบบหลุดลุ่ยจนเสียหน้า แต่พวกเขาก็พยายามแข่งขันให้จบตามที่กำหนด ตนเคยคุยกับสมาชิกทีมนี้ก็ไม่ปรากฏความตึงเครียดใดๆ แถมระบุว่า การแข่งครั้งนี้ถือว่ามาไกลที่สุดในการแข่งขันระดับอาชีพแล้ว และทำใจก่อนที่มาแข่งที่อเมริกาแล้วว่า มาแข่งเอาประสบการณ์เท่านั้น เรื่อง”แพ้ชนะ” เป็นเพียงกำไรชีวิตอย่างหนึ่งเท่านั้น ซึ่งมันทำให้นึกย้อนกลับไปในสมัยที่ตนแข่งเกมส์ระดับโลกครั้งแรกเหมือนกัน

Lee ยังแสดงความเห็นกับทีมไทยอย่าง MiTH.Trust ว่าเป็นทีมที่แข็งแกร่งมาก มีรูปแบบการเล่นเป็นแบบแผนและสามัคคีการเล่นเป็นอย่างดี ตนยอมรับว่า ตนให้กำลังใจห่างๆกับทีมนี้ตั้งแต่ในรอบการแข่งขันคัดเลือกภูมิภาคอยู่แล้ว แต่น่าเสียดายที่พลาดท่าให้กับทีม MVP จากเกาหลีในวันนั้น สุดท้ายแล้ว ตนก็ไม่ได้มองว่าเป็นคู่แข่ง แต่หากมองระหว่างเพื่อนเล่นเกมส์ด้วยกันเท่านั้น ที่สำคัญทีมของตนก็เคยแข่งขันกับทีม MiTH.Trust มาหลายครั้งอยู่แล้ว

เรายังถามต่อว่า นับตั้งแต่แข่งขันเกมส์ Dota จนถึงปัจจุบันมาเป็น Dota 2 ได้รับเงินจำนวนสะสมทั้งหมดเท่าไร Lee นั่งนึกและรื้อฟื้นความทรงจำอยู่นาน และตอบว่าราวๆ 200,000 ริงกิตมาเลเซีย (ราว 2 ล้านบาท) และการแข่งขัน The International 3 ถือว่าได้รับเยอะที่สุดเท่าที่เคยมีมา นอกจากนี้ ระบุด้วยว่า เงินดังกล่าวส่วนใหญ่จะฝากเข้าธนาคาร ลงทุนตลาดหุ้น ฝากเงินให้กับครอบครัว ไม่ค่อยใช้จ่ายฟุ่มเฟือยมากเท่าไร เพราะวันๆมีแต่ซ้อมแข่งเกมส์กับเดินทางแข่งเกมส์อย่างเดียว จึงไม่มีเวลาไปจับจ่ายซื้อของเท่าไร

ด้านประเด็นกระแสข่าวต่างๆเกี่ยวกับการย้ายทีม,เปลี่ยนทีม หรือแม้กระทั่งสมาชิกอย่าง Mushi จะกลับมาเข้าทีม Titan นั้น ตนยืนยันว่าทุกอย่างเป็นข่าวลือ เพราะช่วงนี้สมาชิกส่วนใหญ่อยู้ในช่วง”พักร้อนยาว” ข่าวลือทุกอย่างที่เผยแพร่นั้น ยังไม่มีความจริงใดๆ หรือแม้กระทั่งตนเองที่ถูกระบุว่าจะย้ายไปอยู่ทีมอื่น ก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆทั้งนั้น ตนคิดว่าสื่อฯที่นำเสนออาจเป็นการโยนหินถามทาง เหวี่ยงแหโดยไม่มีจุดประสงค์ไปเรื่อย พร้อมระบุว่า เรื่องที่จะอยู่หรือไม่อยู่นั้น ก็จะอยู่ที่การตัดสินใจของพวกเรา รวมถึงผู้ให้การสนับสนุนอย่างทีม Titan ด้วย

Lee ยังฝากข้อความกับผู้เล่นเกมส์ที่อยากเป็นนักแข่งขันเกมส์มืออาชีพว่า ควรแบ่งความการเล่นเกมส์และการเรียนให้ทัดเทียมกัน การศึกษาถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดและเป็นใบเบิกทางในการก้าวสู่อาชีพการงานในอนาคตเพื่อดูแลครอบครัวของคุณ การที่อยากจะเป็นนักแข่งเกมส์มืออาชีพเหมือนกับพวกตนนั้น จะต้องฝ่าอุปสรรคหลายอย่างและอาจสละเวลาบางอย่างเพื่อที่จะมุ่งมั่นแข่งขันเกมส์เต็มที่ มันไม่ใช่ทุกคนที่สามารถยืนอยู่จุดนี้ในการทำรายได้หลักจากการเล่นเกมส์ การแข่งเกมส์ถือว่าเป็นงานเสริมอย่างหนึ่ง และเป็นกำไรชีวิตในสิ่งที่พวกเราใฝ่ฝันและกลายเป็นจริงเท่านั้น ส่วนอนาคตของ Lee นั้น เขากล่าวว่า ก็ยังคงแข่งขันเกมส์อยู่เหมือนเดิม ไม่ได้ห่างหายจากไหน แต่ถ้าให้ตอบถึงอนาคตอันไกลนั้น ตนยังไม่มีคำคอบให้ ณ ขณะนี้

ก่อนที่จากลากัน เราได้สอบถามกับประเด็นถึงอุบัติเหตุการแข่งขันด้วยการตัดสินใจ ทำลายไอเทมเกมส์ที่ชื่อว่า Aegis of Immortal ขณะแข่งขันกับทีม Na’Vi รอบก่อนชิงชนะเลิศใน The International 3 เขาเปิดเผยว่า “มันเป็นความผิดผลาดของตน” จากการกดปุ่มคียร์บอร์ดใช้คำสั่งและเผลอกดโจมตีในไอเทมดังกล่าว หลังจากที่เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น สมาชิกทั้งทีมต่างสมาธิแตกกรานและเสียกำลังใจอย่างแรง เช่นเดียวกันกับทีม Na’Vi ที่มาสอบถามภายหลังว่าเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นได้อย่างไร แถมถูกตั้งฉายาว่าเป็น “Deny King” ในเวลาต่อมา และตนกล่าวตัดจบว่า “เหตุการณ์โง่ๆแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นให้เห็นอีกแน่นอน”